<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ulearn365 &#8211; ULEARN365</title>
	<atom:link href="https://ulearn365.eu/author/ulearn365/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ulearn365.eu</link>
	<description>ศูนย์รวมหลักสูตรออนไลน์ สำหรับทักษะที่จำเป็นเพื่อการใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Jan 2026 11:01:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/04/cropped-favicon-green-100x100.jpg</url>
	<title>ulearn365 &#8211; ULEARN365</title>
	<link>https://ulearn365.eu</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>3 ภาพลักษณ์ เด่นๆ ที่ชาวโลก รู้จัก คนดัตช์</title>
		<link>https://ulearn365.eu/3-common-dutch-stereotypes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ulearn365]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 01:03:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[DailyinDutch]]></category>
		<category><![CDATA[netherlands]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนภาษาดัตช์]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าวิถีดัตช์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ulearn365.eu/?p=953</guid>

					<description><![CDATA[” ความเป็นดัตช์&#160; ” ถูกเหมารวมเอาไว้หลากหลาย&#160; มาทำความรู้จัก 3 ข้อ ต่อไปนี้&#160; ที่คุณจะได้พบเจอจริงๆ อย่างแน่นอน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">” <strong>ความเป็นดัตช์</strong>&nbsp; ” ถูกเหมารวมเอาไว้หลากหลาย&nbsp; มาทำความรู้จัก 3 ข้อ ต่อไปนี้&nbsp; ที่คุณจะได้พบเจอจริงๆ อย่างแน่นอน เมื่อมาเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="512" height="1280" src="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/06/3-dutch.jpg" alt="3 ภาพลักษณ์ เด่นๆ ที่ชาวโลก รู้จัก คนดัตช์" class="wp-image-954" srcset="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/06/3-dutch.jpg 512w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/06/3-dutch-120x300.jpg 120w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/06/3-dutch-410x1024.jpg 410w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/06/3-dutch-600x1500.jpg 600w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">1️⃣&nbsp; ALL DUTCH ARE TALL</p>



<p class="wp-block-paragraph">คนดัตช์ได้ชื่อว่า สูงที่สุดในโลก โดยความสูงเฉลี่ยของผู้ชายคือ 184 cm และผู้หญิงอยุ่ที่ 170 cm&nbsp; ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเข้าห้องน้ำบ้านไหน แล้วจะเห็นกระจกส่องหน้า ถูกติดอยุ่สูงกว่าระดับสายตาของเรา ก็ความสูงเฉลี่ยคนไทยกับดัตช์ ช่างเทียบกันไม่ได้เอาเสียเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">2️⃣ DUTCH ARE FRUGALITY</p>



<p class="wp-block-paragraph">คงเคยได้ยิน วลีภาษาอังกฤษ&nbsp; Going Dutch ซึ่งอาจจะมีที่มาจาก “การต่างคนต่างจ่าย” เป็นเรื่องปกติ ในเนเธอร์แลนด์ เพราะคนดัตช์มีความตระหนี่ ประหยัด เรียนรู้การวางแผนใช้เงินได้อย่างคุ้มค่ากันตั้งแต่เด็กๆ&nbsp; มันคือ มารยาททางสังคมปกติของคนดัตช์ ไม่ใช่ขี้เหนียวอย่างที่ใครๆเค้ากล่าวหากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">3️⃣ DUTCH ARE DIRECT</p>



<p class="wp-block-paragraph">คนดัตช์ถูกกล่าวหาว่า “หยาบกระด้าง” เพราะการพูดตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม ไม่แอบแฝง คิดอย่างไรก็จะพูดอย่างนั้น จนบางทีเมื่อเราได้ยินแล้ว อาจจะแทบตกจากเก้าอี้ ที่นั่งกันเลยทีเดียว เพราะเราคนไทยคุ้นชินกับการรักษาน้ำใจ รักษาหน้าคนที่เราคุยด้วย แต่อย่าได้หวังจะได้ยินจากคนดัตช์ การตรงๆแบบนี้ ทำให้รู้ถึงความจริงใจของคนชาตินี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านแล้ว มีความเหมือนกับคนที่บ้านหรือคนรู้จักกันบ้างไหม หรือ อยากจะเล่าวิถีดัตช์เด็ดๆ ที่มากกว่านี้ ลองคอมเมนต์มากันเลยคร้าา😄</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักกับการสอบอินเบอเคอริ่งเบื้องต้น</title>
		<link>https://ulearn365.eu/know-about-test/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ulearn365]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Apr 2021 04:04:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inburgering]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ulearn365.eu/?p=474</guid>

					<description><![CDATA[มีแฟนดัตช์ แล้วไง อยากมาทำงานเมืองนอก ขอเลือกเมืองกังหันสีส้ม แล้วไง อยากมาเรียนต่อเนเธอร์แลนด์ แล้วไง ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์ เมืองแห่งทิวลิป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">มีแฟนดัตช์ แล้วไง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากมาทำงานเมืองนอก ขอเลือกเมืองกังหันสีส้ม แล้วไง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากมาเรียนต่อเนเธอร์แลนด์ แล้วไง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์ เมืองแห่งทิวลิป กังหันลม รองเท้าไม้ และคุ๊กกี้วาฟเฟิ้ลแสนอร่อย&nbsp; ประเทศที่ได้ชื่อว่าประชากรมีรัฐสวัสดิการดีติด TOP 20&nbsp; เด็กน้อยประเทศนี้ก็ติดอันอับเด็กที่มีความสุขลำดับต้น เริ่มสนใจหรือหรือโยนหัวใจให้หนุ่ม /สาว ดัตช์ไปแล้วสิ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใครมาเที่ยวแล้วก็คงพอได้ยินมาบ้างว่าถ้าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ต้องเริ่มจากการสอบภาษาดัตช์ก่อน เอ๊ะแล้วภาษาดัตช์ยากไหมทำไมต้องสอบด้วย&nbsp; ยากไหมสำหรับคนที่ไม่รู้มาก่อน ก็ยากพอควรเพราะคงจะมีน้อยคนที่รู้จักภาษานี้มาล่วงหน้าถ้าไม่ได้อยู่ในวงโคจรของคนดัตช์มาก่อน เพราะไม่มีโรงเรียนไหนในประเทศไทยสอน&nbsp; &nbsp; ที่ต้องถูกบังคับให้สอบก่อนมา(ก็เพราะว่ารัฐบาลเขาต้องการให้คนที่ตั้งใจจะย้ายถิ่นฐานมาพร้อมปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้โดยเร็ว) โดยวิถีการปรับตัวนี้ถูกเรียกโดยรวมว่า Inburgering process อันมีการสอบภาษาดัตช์ขั่นพื้นฐานก่อนมา และเขยิบระดับขึ้นมาเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว รวมทั้งการเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรมดัตช์ การเข้าสังคมและหางาน ทั้งหมดแบ่งระดับเป็น A0 เป็นต้นไป และมีข้อบังคับว่าต้องสอบให้ได้อย่างน้อย Inburgering diploma A2 (ถ้าการสอบจบยังอยู่ในปี 2022) ซึ่งข้อบังคับมีนโยบายว่าจะจัดให้ระดับสูงขึ้นถึง B2 แต่ก็ยังเลื่อนระยะเวลาออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดิโพลม่าตัวนี้สำคัญเพราะมีผลกับการต่ออายุบัตรผู้อยู่อาศัย และการขอสัญชาติดัตช์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นภายในระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด(สามปีจากวันที่มาถึง) ทุกคนต้องสอบให้ได้ดิโพลม่า</p>



<h2 class="wp-block-heading">การสอบอินเบอเคอริ่ง <strong>The inburgeringsexam</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">จะมีข้อสอบทางภาษา สี่ตัวคือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ทั้งสี่ตัวต้องสอบให้ผ่านระดับ A2   รวมทั้งการสอบความรู้เกี่ยวกับสังคมดัตช์ Kennis Nederlandse Maatschappij  และการสอบความรู้เกี่ยวกับตลาดแรงงานดัตช์ Oriëntatie op de Nederlandse Arbeidsmarkt  รวมทั้งสิ้น หกวิชา เมื่อสอบผ่านหมดก็จะได้รับ ดิโพลม่า ที่แสดงว่าคุณผ่านความพร้อมที่จะเป็นพลเมืองดัตชืได้แล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระดับภาษา Language level</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ระดับภาษา A2 เอาอะไรมาวัดหละ   A2 เป็นการวัดระดับภาษาจาก CEFR – the Common European Framework of Reference for Languages. โดยการสอบจะบ่งชี้ว่าความสามารถทางภาษาในการ  เขียน พูด ฟัง อ่าน ได้อยู่ในระดับที่จัดไว้แล้วเรียกง่ายๆว่าเริ่ม ปฐมวัย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนการสอบความรู้ด้านระเบียบและวัฒนธรรมดัตช์ The Knowledge of Dutch Society exam</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นความรู้เรื่องวัฒนธรรมและสังคมดัตช์ พื้นฐานโดยเน้นที่กฎระเบียบเช่นการรู้เรื่องการจัดเก็บและแยกขยะของเมืองที่เราอยู่เป็นต้น  คนมาใหม่ที่ไม่แน่ใจถึงข้อกำหนดของสังคมที่จะเอามาสอบได้นี้จะเรียนรู้ได้จากไหน  แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องที่จะเรียนรู้ครอบคลุมได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่มีกรุ๊ปคนไทยที่รวมตัวกันให้ข้อมูลเรื่องนี้อยู่</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความรู้เกี่ยวกับตลาดแรงงานดัตชื The Orientation on the Dutch Labour Market exam</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนี้เป็นความรู้ในการจัดเตรียมตัวเองเพื่อพร้อมที่จะออกหางานทำ โดยทาง DUO จะออกแบบการบ้านมาให้ในแบบ results card แบ่งออกเป็น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Results card 1: Profession orientation&nbsp; เลือกสายงานที่ถนัด</li><li>Results card 6: Building a network &nbsp; สร้างเครือข่าย</li><li>Results card 2: Realistic view of the profession&nbsp; มุมมองสายงานที่เป็นไปได้</li><li>Results card 3: Know your characteristics &nbsp; รู้จักตัวตน</li><li>Results card 5: Professional competences &nbsp; ความสามารถที่ตรงสายงาน</li><li>Results card 4: Career opportunities &nbsp; ความเป็นไปได้ในการทำงานตามสายงาน</li><li>Results card 7: Finding work &nbsp; หางาน/สมัครงาน</li><li>Results card 8: Work culture &nbsp; เข้าทำงาน</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">รวมเรียกว่า portfolio ของเรา เมื่อทำ results card ครบแล้ว ก็จะได้เข้าสัมภาษณ์กับ เจ้าหน้าที่จาก DUO เป็นภาษาดัตช์ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านมาถึงบรรทัดนี้ก็อย่าเพิ่งท้อใจ&nbsp; ถึงจะฟังดูยากก็มีคนผ่านกันจำนวนมากทุกปี ใครที่มีพื้นฐานทางการเรียนภาษาต่างชาติเช่นอังกฤษมาก่อน อาจได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ได้เรียนมา แต่ไม่มีอะไรยากเกินกว่าความตั้งใจและพยายามของมนุษย์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">U Learn365 ได้มีคอร์สเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่มออกเสียงไว้เป็นตัวช่วย เพราะ ออกเสียงถูกก็เป็นการสร้างฐานที่แข็งแรงพร้อมให้ถนนมั่นคง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราเอาใจช่วยให้ทุกคนสอบผ่าน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แชร์ประสบการณ์เป็นอาสาสมัครช่วยสอนดัตช์ในคอร์ส A2</title>
		<link>https://ulearn365.eu/share-experience-a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ulearn365]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Apr 2021 03:51:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ulearn365.eu/?p=470</guid>

					<description><![CDATA[ความในใจจากครูดัตช์ และปัญหาของนักเรียนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 แนนพยายามที่จะเรียนภาษาดัตช์ระดับ B2 ด้วยตัวเอง แต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจสมัครเรียนที่โรงเรียนแถวบ้าน แต่สาขาโรงเรียนในเมืองที่อยู่กลับไม่มีคอร์ส [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ความในใจจากครูดัตช์ และปัญหาของนักเรียนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 แนนพยายามที่จะเรียนภาษาดัตช์ระดับ B2 ด้วยตัวเอง แต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจสมัครเรียนที่โรงเรียนแถวบ้าน แต่สาขาโรงเรียนในเมืองที่อยู่กลับไม่มีคอร์ส B2 เขาจึงแนะนำให้แนนไปเรียนที่สาขาในเมืองข้าง ๆ ซึ่งต้องนั่งรถบัส 25 นาที และเดินขึ้นเนินอีก 15 นาที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คอร์สนี้สอนด้วยหลักสูตร TaalSterk B2 ซึ่งหลาย ๆ คนคงรู้ดีว่าเป็นหลักสูตรที่เรียนจบช้ามาก แต่ละเอียดดีมาก ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นค่ะ คุณครูประจำคอร์สสอนดีมาก แต่หลังจากผ่านไป 30 ชั่วโมง เราก็เพิ่งจะจบกันแค่บทที่ 2 จากทั้งหมด 8 บท แนนไปต่อไม่ไหวค่ะ ทั้งจ่ายต่อไม่ไหว และเดินทางหลังเลิกงานไม่ไหว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงแม้จะเรียนไม่จบคอร์ส(จบเล่ม) แนนก็ได้ของแถมเป็นประสบการณ์ช่วยสอนในโรงเรียนเดียวกันนี้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่ง ครูประจำคอร์ส B2 มาสอนไม่ได้ เขาเลยให้ครูประจำคอร์ส A2 มาสอนแทน ซึ่งครูคนนี้สอนประจำอยู่ที่สาขาในเมืองที่แนนอาศัยอยู่ ในวันที่เขามาสอน เราได้พูดคุยกันช่วงพักเบรคและครูเขาก็เปรยขึ้นมาว่ามีนักเรียนไทยเพิ่งมาใหม่คนนึง กำลังมีปัญหา เพราะว่าเขามาใหม่ และแฟนของเขาดันทุรังให้เข้าเรียนคอร์ส A2 เลย เพราะไม่อยากเสียงเงินเพิ่มในการเริ่มเรียนจาก 0 นั่นทำให้เขาต้องไปเจอกับนักเรียนผู้อพยพที่เรียนกับโรงเรียนนี้มาตั้งแต่ 0 และกลายเป็นว่าเขาตามเพื่อนไม่ทัน แต่ก็ทนเรียนไปแบบเงียบ ๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนนเลยได้โอกาสขออาสาไปช่วยประกบตัวสอนพี่คนไทยคนนั้น และครูเขาก็ตอบตกลงด้วยความยินดีอย่างมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในห้องเรียน A2 ณ ตอนนั้น มีนักเรียนประมาณ 7-8 คน ครูประจำคอร์สใช้หลักสูตร TaalCompleet A2 ในการสอน โดยในแต่ละวัน เขาจะแบ่งการเรียนเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือเรียนในหนังสือเล่มหลัก A2 หรือเล่ม Welkom in Nederland แล้วหลังพักเบรคก็จะแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม เช่น เล่นเกมทายศัพท์ ฝึกพูดตอบคำถาม หรือไม่ก็ให้ฝึกทักษะแยกรายบุคคุล นั่นคือ ครูจะดูพัฒนาการของแต่ละคน แล้วจัดโปรแกรมให้ว่า วันนี้คนนี้ต้องฝึกทำข้อสอบอ่าน หรือคนนั้นต้องฝึกทำข้อสอบฟัง เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">หน้าที่หลักของแนนในช่วงแรกคือ ประกบตัวพี่คนไทยคนนั้น อธิบายเพิ่มเป็นภาษาไทยในส่วนที่เขาฟังครูไม่ออก และแยกตัวออกไปฝึกเพิ่มเรื่องการออกเสียง ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า พี่คนไทยคนนั้นมีความขยันมาก และมีกำลังใจในการเรียนสูง ถึงแม้ว่าจะตามไม่ทันเพื่อนในห้อง แต่เขาไม่เคยท้อค่ะ เขามีหนังสือ มีครูคอยชี้แนะ มีโปรแกรมการเรียนที่วางแผนไว้ให้ เขารู้ว่าตัวเองจะรู้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ วันที่เขามาเรียน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-1021" srcset="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui-768x1024.jpg 768w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui-225x300.jpg 225w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui-1152x1536.jpg 1152w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui-600x800.jpg 600w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/NanNui.jpg 960w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">กลับมาที่งานช่วยสอนนะคะ เมื่อผ่านไปได้สองครั้ง ครูประจำคอร์สก็มอบหมายงานให้แนนเพิ่ม โดยจัดนักเรียนครึ่งห้องมาให้แนนรับผิดชอบนำกิจกรรมเรียนคำศัพท์ ก็คือพอแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มที่เล็กลง ทุกคนก็จะได้รับความใส่ใจและได้โอกาสในการฝึกและเรียนรู้เพิ่มมาขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าแนนต้องด้นสดเองหรอกนะคะ เพราะครูเขาจะมีแนวทางการสอนและเอกสารประกอบมาให้ และจะบรีฟงานก่อนว่าควรทำยังไง พูดยังไง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-1020" srcset="https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor-768x1024.jpg 768w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor-225x300.jpg 225w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor-1152x1536.jpg 1152w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor-600x800.jpg 600w, https://ulearn365.eu/wp-content/uploads/2021/07/Nan-tutor.jpg 960w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การช่วยสอนเป็นประสบการณ์ที่สนุกและได้ความรู้มากค่ะ แต่ที่แนนชอบที่สุดคือการได้พูดคุยกับครูประจำคอร์สแบบเปิดอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกครั้งที่แนนไปช่วยสอน แนนจะหาโอกาสเข้าไปคุยกับครูเพื่ออัพเดทพัฒนาการของพี่คนไทยคนนั้น บอกสิ่งที่เขาต้องการให้ครูรู้ และครูก็จะบอกแนนว่าควรช่วยเหลือยังไง นอกจากนี้ เรายังได้คุยกันเกี่ยวกับปัญหาหลักของคนที่เพิ่งย้ายมาใหม่ด้วย นั่นคือ ความเข้าใจผิดที่ว่า <strong>การสอบผ่านจากประเทศตัวเองตอนขอวีซ่า มีค่าเท่ากับได้ภาษาระดับ A1 แล้ว </strong>ซึ่งครูดัตช์คนนี้พูดกับแนนเองเลยว่า เขาเจอมาหลายคน ทางโรงเรียนเจอปัญหานี้จากนักเรียนหลาย ๆ ประเทศ ที่พอย้ายมาถึง ก็มาสมัครและแสดงเจตจำนงเลยว่าอยากลงเรียนคอร์ส A2 ต่อเลย (บางคน โรงเรียนปฏิเสธไม่ได้ เพราะอาจจะทำข้อสอบวัดระดับผ่าน และข้อสอบก็อาจจะง่ายเกินไป)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลที่ตามมาก็คือ นักเรียนหลายคนไปต่อไม่ไหว เรียนด้วยเล่ม A2 ไม่ไหว และสุดท้ายก็ต้องย้ายไปเรียนกับกลุ่มเริ่มต้น ที่เรียนด้วยเล่ม A1 และทางโรงเรียนก็กำลังพิจารณากรณีของพี่คนไทยคนนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักเรียนอย่างเดียว แต่การที่ในชั้นเรียนมีนักเรียนที่่ระดับความรู้แตกต่างกันเกินไป ครูที่สอนอยู่จะสังเกตได้และรู้สึกลำบากใจอย่างมาก ครูที่แนนไปช่วยสอนบอกกับแนนเองเลยว่า เขาลำบากใจมากที่ไม่สามารถให้ความใส่ใจกับพี่คนไทยคนนั้นได้อย่างเพียงพอ แต่นั่นก็เป็นเพราะงานหลักของเขาคือสอนระดับ A2 ให้คนที่มีพื้นฐานระดับ A1 แน่นมาแล้ว และกำลังเตรียมพร้อมไปสอบ inburgering ไม่ใช่ต้องมาสอนย้ำเรื่องเบสิคของระดับ A1 ซึ่งแนนก็เข้าใจเป็นอย่างดี เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เริ่มต้นหัดสอนดัตช์ออนไลน์ให้คนไทย แนนก็พบว่ามีนักเรียนหลายคนที่เรียนแบบก้าวกระโดดก่อนจะมาเจอแนน และแทนที่เราจะได้เรียนกันตามเป้าหมาย เช่น A2 หรือเตรียมสอบ ก็กลายเป็นว่า เราต้องมาช่วยกันหาอุดรอยรั่วความรู้ที่เขาไม่ได้เรียนหรือไม่ได้ใส่ใจตั้งแต่ตอนต้น ทำให้เสียเวลา เสียเงิน เสียพลังงาน และกำลังใจกันทั้งสองฝ่าย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนนไปช่วยสอนอยู่ประมาณ 2 เดือนค่ะ ก็ขอหยุด เพราะแนนเองก็เริ่มต้นสอนเองที่บ้าน และกรณีของพี่คนไทยคนนั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว พี่เขาก็จัดตารางงานประจำของตัวเองได้ลงตัวและตัดสินใจย้ายไปเรียนกลุ่ม A1 ค่ะเรียกว่าจบแบบ happy ending</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่แนนเขียนนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะโน้มน้าวให้ทุกคนที่ย้ายมาใหม่ “ต้อง” ไปลงเรียนคอร์ส 0-A1 ทุกคน เพราะแนนเข้าใจดีว่า หลายคนที่มีพื้นฐานการเรียนภาษาที่สองมาก่อน จะสามารถลุยเรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเองได้ หรือสามารถเริ่มเรียนระดับ A2 ที่โรงเรียนได้แบบไร้ปัญหา แต่แนนแค่อยากให้ทุกคนพิจารณาปรับทัศนคติใหม่ ว่าการเรียนการสอบจากเมืองไทย (และหลาย ๆ ประเทศ อ้างอิงจากคำพูดของคุณคนนั้น) ไม่ได้เทียบเท่ากับภาษาดัตช์ระดับ A1 ค่ะ ดังนั้น การที่คุณย้ายมาถึงแล้วลงเรียน A2 หรือซื้อหนังสือ A2 มาอ่านเลย อาจทำให้เกิดช่องว่างหรือรอยโหว่ทางความรู้ได้ ซึ่งจะกลายมาเป็นปัญหาในภายหลัง เมื่อคุณเรียนระดับสูงขึ้นไป เพราะแนนกล้ายืนยันเลยว่า ถ้าพื้นฐาน A1 A2 คุณไม่แน่น การเรียน B1 ก็จะกลายเป็นความท้าทายที่ดูจะเกินความสามารถของคุณค่ะ คุณอาจจะเรียนได้ แต่ก็จะใช้เวลาและความพยายามมากเกินความจำเป็นแน่นอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับใครที่เพิ่งย้ายมาใหม่ และไม่แน่ใจว่าตัวเองมีความรู้ระดับไหนแล้ว แนนแนะนำให้ลองเข้าไปทำแบบทดสอบวัดระดับ A1/A2 ของหลักสูตร TaalCompleet ดูนะคะ ตัวแนนเองใช้หลักสูตรนี้ในการสอนแบบตัวต่อตัวด้วย และคิดว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ดีที่สุดในท้องตลาดตอนนี้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลิงก์สำหรับเข้าไปทำข้อสอบวัดระดับ &gt;&gt;&gt; <a href="https://kleurrijker.nl/toets/instaptoets/story_html5.html">https://kleurrijker.nl/toets/instaptoets/story_html5.html</a> <br>(ข้อสอบเยอะ ใช้เวลานาน มีจับเวลาทำ ซื่อสัตย์กับตัวเองอย่าเปิดพจนานุกรมนะคะ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนนหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลาย ๆ คนมองคอร์สเรียน 0-A1 ในมุมที่ต่างออกไปนะคะ และขอให้กำลังใจคนที่เพิ่งย้ายมา ได้มีแรงที่จะทุ่มเทเวลาและความพยายามในการเรียนรู้พื้นฐานให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เก็บตกการเรียน-การสอนในคอร์สภาษาดัตช์ตามโรงเรียน</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>นักเรียนจากทวีปที่เราก็รู้ว่าทวีปไหน จะชอบคุยกันในห้องด้วยภาษาตัวเองและเสียงจะค่อนข้างดังมากค่ะ บางคนก็มีมารยาทแต่บางคนก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่</li></ul>



<ul class="wp-block-list"><li>นักเรียนจากทวีปเดียวกันนี้ จะมีความสามารถในการพูดได้เร็วและคล่องแคล่วมาก แต่ถ้าถามแนน แนนฟังไม่ค่อยออกค่ะ เขาพูดไวแต่ออกเสียงไม่ชัด และแกรมม่ามาบ้างไม่มาบ้างค่ะ ถ้าใครเจอแบบนี้ในชั้นเรียนตัวเอง ก็อย่าเสียกำลังใจนะคะ ถ้าแนวทางของเราคือการพูดช้าชัดและมีแกรมม่า ก็ตั้งใจเรียนของเราไปค่ะ คนเรามีบุคลิกไม่เหมือนกัน อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นจนเราไม่กล้าเป็นตัวของตัวอง</li></ul>



<ul class="wp-block-list"><li>ในช่วงหน้าร้อน นักเรียนจากตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้ จะมีกลิ่นตัวที่เฉพาะตัวมาก ๆ ค่ะ ขอเตือนให้เตรียมยาดมไปด้วย เพราะแนนกับพี่คนไทยคนนั้นต้องคอยดมยาไปเรียนไปค่ะ เรียกได้ว่า พอช่วยสอน 1 ชั่วโมงครึ่งเสร็จ กลับถึงบ้านแล้วไมเกรนถามหาเลยค่ะ มันเหม็นจนปวดหัวจี๊ดเลยจริง ๆ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ<br><a href="https://ulearn365.eu/our-instructor/kru-nan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Chutima Stel</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนังสือเรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเอง สำหรับมือใหม่ (ตอนที่ 1)</title>
		<link>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning/</link>
					<comments>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ulearn365]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Apr 2021 07:42:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inburgering]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ulearn365.eu/?p=342</guid>

					<description><![CDATA[เรียบเรียง โดยครูแนน ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่ามีหนังสือเล่มไหนบ้าง ที่เหมาะสำหรับนำมาใช้เรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการเตรียมตัวสอบอินเบอร์เฆอริ่งระดับ A2 นะคะ โดยจะขอเน้นไปที่คนที่เพิ่งย้ายมาอยู่เนเธอร์แลนด์หรือกำลังจะย้ายมา เพราะในบทความนี้จะไม่มีการพูดถึงการเตรียมตัวสอบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เรียบเรียง โดย<a href="https://ulearn365.eu/our-instructor/kru-nan/" data-type="our-instructor" data-id="615">ครูแนน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่ามีหนังสือเล่มไหนบ้าง ที่เหมาะสำหรับนำมาใช้เรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการเตรียมตัวสอบอินเบอร์เฆอริ่งระดับ A2 นะคะ โดยจะขอเน้นไปที่คนที่เพิ่งย้ายมาอยู่เนเธอร์แลนด์หรือกำลังจะย้ายมา เพราะในบทความนี้จะไม่มีการพูดถึงการเตรียมตัวสอบ mvv ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยในช่วงแรก จะขอพูดถึงความสำคัญของระดับภาษากับการเรียนภาษาดัตช์ก่อนนะคะ จากนั้นค่อยไปเจาะลึกถึงประเภทของหนังสือเรียน-เตรียมสอบ และการเลือกใช้หนังสือกันค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน วัตถุประสงค์ของบทความนี้คือเพื่อแนะนำหนังสือสำหรับเรียนด้วยตัวเอง โดยเป็นความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเองซึ่งผ่านการลองผิดลองถูกในการเรียนดัตช์ด้วยตัวเองมาพอสมควร ซื้อหนังสือผิด ๆ ถูก ๆ กว่าจะเริ่มเข้าใจการเลือกใช้หนังสือแต่ละแบบแต่ละเล่มอย่างทุกวันนี้ ก็เรียกได้ว่า คำแนะนำที่ทุกคนจะได้รับจากบทความนี้ ก็คือสิ่งที่ผู้เขียนอยากจะบอกกับตัวเองในอดีตนั่นเองค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>➤ ระดับของภาษาดัตช์</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เคยมีคนถามว่า เพิ่งย้ายมาอยู่เนเธอร์แลนด์ กำลังจะเริ่มเรียนภาษาดัตช์เพื่อสอบ B1 แต่อยากประหยัดเวลาและประหยัดเงิน เลยจะข้ามไปเรียนระดับ B1 เลย ทำได้มั้ย คำตอบคือ เป็นไปได้ยาก ไม่ควร อย่าหาทำค่ะ เพราะว่า ระดับของภาษาดัตช์นั้นได้มีการแบ่งออกเป็นนีโฟ (niveau) ตามความยากง่ายของเนื้อหาและทักษะของผู้ใช้อยู่แล้ว โดยจะแบ่งเป็นระดับ A1-A2-B1-B2-C1-(C2) ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และภาษาดัตช์ที่ผู้อพยพอย่างเรา ๆ เรียนกันตอนนี้จะเรียกว่า <strong>NT2</strong> หรือ<strong> ภาษาดัตช์ในฐานะภาษาที่สอง หรือ ภาษาดัตช์สำหรับคนที่ใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาที่สอง</strong>(ไม่ใช่ภาษาแม่)นั่นเองค่ะ ดังนั้น NT2 ไม่ใช่ระดับภาษานะคะ แต่ <strong>NT2</strong> คือชื่อเรียกรวมของ<strong>ภาษาดัตช์</strong>ที่คนต่างด้าวเรียนกันค่ะ (ส่วน NT1 ก็คือภาษาดัตช์สำหรับให้คนที่ใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาแม่เรียนค่ะ)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทีนี้ สำหรับใครที่สอบภาษาดัตช์เพื่อการขอวีซ่า mvv ที่ไทยผ่านแล้ว ดีใจด้วยนะคะ แต่อยากจะบอกไว้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่คุณเรียนและสอบมาจากที่ไทยนั้น ยังไม่ใช่ระดับ A1 ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ค่ะ จริงอยู่ที่หลาย ๆ แหล่งข้อมูลบอกว่า การสอบ mvv คือการสอบภาษาดัตช์ระดับ A1 แต่จากการไปช่วยสอนภาษาดัตช์(ระยะสั้น)ที่โรงเรียน NT2 แถวบ้าน ทำให้ผู้เขียนตระหนักว่า การปูพื้นฐานภาษาดัตช์จาก 0 เมื่อย้ายมาอยู่ที่นี่นั้น มีความสำคัญมากแค่ไหน ในขณะที่การกระโดดข้ามไปเรียนคอร์ส A2 ทันทีที่ย้ายมาถึงเนเธอร์แลนด์ อาจส่งผลให้เกิดช่องโหว่ของความรู้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาเมื่อเรียนไต่ระดับสูงขึ้นไปในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งพอลองมาพิจารณาดูแล้ว ช่วงแรกที่ผู้เขียนย้ายมา ก็ประสบปัญหาที่ว่าเริ่มเรียนเองแล้วรู้สึกเหมือนเรียนวนเป็นวงกลม เหมือนจะได้ A2 แต่ก็ยังไม่ใช่ เหมือนจะดีเป็นบางทักษะแต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ ผลลัพธ์ก็คือ ต้องเสียเวลาอีกหลายเดือนหลังจากสอบ A2 เสร็จ ในการไล่เปิดอ่านหนังสือ/หาข้อมูลเพื่อเติมเต็มช่องโหว่ทางความรู้ที่ตัวเราเองฝืนกระโดดข้ามมาในตอนแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถ้าถามว่ามีมั้ยที่คนเราย้ายมาแล้วสามารถข้ามไปลงคอร์สหรือใช้หนังสือเล่ม A2 เรียนได้เลย มีค่ะ ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าบางคนมีทักษะทางภาษาที่สองและสามอยู่แล้ว จึงนำมาปรับใช้กับการเรียนภาษาดัตช์ได้ไม่ยากเย็นนัก ดังนั้นถ้าใครคิดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถในการใช้พจนานุกรมแปลศัพท์และใช้เว็บไซต์ค้นคว้าแหล่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ก็อย่ากลัวที่จะลองใช้หนังสือระดับ A2 เริ่มเรียนค่ะ มันเป็นไปได้อยู่แล้ว แค่ไม่ใช่กับทุกคน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>➤ การสอบอินเบอร์เฆอริง (การสอบบูรณาการพลเมืองดัตช์)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในที่นี้จะขอพูดถึงแบบคร่าว ๆ นะคะ เพื่อใช้เป็นความรู้ประกอบการเลือกหนังสือในส่วนถัด ๆ ไป สำหรับการสอบอินเบอร์เฆอริง ณ ปัจจุบัน ตามวันที่เขียนบทความนี้ ประกอบไปด้วย 7 ส่วน และยังคงบังคับการสอบ 4 ทักษะขั้นต่ำสุดที่ระดับ A2* โดย 7 วิชาที่ว่านี้ ได้แก่:<br></p>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>Participatieverklaring</strong><br>หรือบางคนเรียกว่าวิชาอบรม เพราะว่าต้องไปอบรมถึงจะได้ใบผ่าน คือเมื่อเราย้ายมาอยู่ที่เนเธอร์แลนด์เอาชื่อเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ทางอำเภอหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการอบรมจะติดต่อเรามาเอง เพื่อให้เราไปอบรบและจ่ายเงิน หรือบางที่ก็จ่ายเงินก่อนอบรม อันนี้แล้วแต่ระบบการทำงานของแต่ละอำเภอค่ะ โดยการอบรมเพื่อให้ได้ใบประกาศนี้จะมีเวลาให้จัดการ 1 ปีต้องทำเสร็จ ถ้าหากใครที่เพิ่งย้ายมา แล้วรู้สึกว่ารอคนติดต่ออบรมนานเกินไปแล้ว ให้ลองโทรไปสอบถามโดยตรงค่ะ ถามให้แน่ใจว่าเราต้องรอ หรือเราต้องติดต่อไปที่หน่วยงานไหนเองกันแน่<br></li><li><strong>Oriëntatie op de Nederlandse Arbeidsmarkt (ONA)</strong><br>บางคนเรียกย่อ ๆ ว่า “โอน่า” หรือวิชาสมัครงาน เพราะหัวใจหลักของการสอบวิชานี้คือการแสดงให้กรรมการเห็นว่าเราสมัครงานเป็น เรารู้จักวิธีหางานทำที่นี่ และเราสามารถสัมภาษณ์งานด้วยภาษาดัตช์เบสิคได้&nbsp;</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><br>คนบางกลุ่มยังคงสอบวิชานี้แบบเต็มรูปแบบอยู่ นั่นคือเริ่มจากการเก็บข้อมูลงานที่อยากทำแล้วนำมากรอกพอร์ตโฟลิโอ (ในที่นี้คือ Resultaatkaarten) จากนั้นส่งพอร์ตให้กรรมการตรวจ ถ้าพอร์ตผ่านก็ต้องไปสอบสัมภาษณ์ต่อ ซึ่งเป็นการเข้าไปพูดคุยกับกรรมการแบบตัวต่อตัว เป็นภาษาดัตช์ล้วน ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที โดยกรรมการจะถามเราเกี่ยวกับสิ่งที่เรากรอกไปในพอร์ตโฟลิโอนั่นแหละค่ะ ค่าสมัครสอบ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 40 ยูโร<br><br>แต่ถ้าใครไม่สะดวกจะหาข้อมูลเองและไม่อยากสอบสัมภาษณ์ ก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง นั่นคือการไปลงคอร์สเรียน ONA ตามโรงเรียนสอนภาษาดัตช์ที่ได้รับการรับรองจาก DUO หรือเวลาเสิร์ชหาโรงเรียน ดูที่เป็น <strong>school met het Blik op Werk-keurmerk</strong> ซึ่งคอร์สที่ว่านี้จะต้องมีระยะเวลาการเรียน 64 ชั่วโมง ในการเรียนครูผู้สอนจะให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดแรงงานในเนเธอร์แลนด์ และสอนเรากรอก Resultaatkaarten ด้วยรึเปล่า ผู้เขียนไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ คือ เมื่อเราเรียนคอร์สนี้ครบเวลาแล้ว ทางโรงเรียนก็จะส่งข้อมูลให้กับทาง DUO เพื่อพิสูจน์ว่าเราได้ผ่านการเรียนคอร์สนี้แล้ว ก็เป็นอันจบสิ้นค่ะ เราไม่ต้องไปสอบสัมภาษณ์<br><br>หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การมีงาน(ขาว)ทำแบบมีสัญญาจ้างและมีหลักฐานการรับเงินเดือนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ทาง DUO จะดูที่ชั่วโมงงานค่ะ ว่าพอหรือไม่ ก็คือ 48 ชั่วโมงต่อเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ข้อมูลเพิ่มเติม: <a href="https://www.inburgeren.nl/geen-examen-doen/u-werkt-in-nederland.jsp">https://www.inburgeren.nl/geen-examen-doen/u-werkt-in-nederland.jsp</a><br></p>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li><strong>Lezen (A2)</strong><br>สอบทักษะการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นอ่านอีเมล ใบปลิว ประกาศโฆษณาต่าง ๆ ฉลากยา ฯลฯ ศัพท์ที่จะเจอในข้อสอบจะวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว บ้าน งาน โรงเรียน ชีวิต<br></li><li><strong>Luisteren (A2)<br></strong>สอบทักษะการฟัง โดยที่เราจะได้ดูวิดีโอ/ฟังเสียงสนทนาสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วต้องเข้าใจเนื้อหาและสามารถเลือกคำตอบที่ถูกต้องได้ ศัพท์ที่จะเจอในข้อสอบจะวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว บ้าน งาน โรงเรียน ชีวิต<br></li><li><strong>Schrijven (A2)</strong><br>สอบทักษะการเขียน เราจะต้องเขียนอีเมล กรอกแบบฟอร์ม และเขียนบทความอิสระขนาดนั้น โดยการเขียนที่ว่านี้จะมีความยาวแค่ไม่เกิน 3-4 ประโยคค่ะ แต่เราต้องแต่งประโยคให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เรียงตำแหน่งคำถูกต้อง ใช้รูปกาลของกริยาที่ตรงกับช่วงเวลาของเนื้อหา เป็นต้น ศัพท์ที่จะเจอในข้อสอบจะวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว บ้าน งาน โรงเรียน ชีวิต<br></li><li><strong>Spreken</strong> <strong>(A2)<br></strong>สอบทักษะการพูด โดยแบ่งเป็นการฟังคำถาม/ดูรูปภาพแล้วบันทึกเสียงพูดตอบคำถาม (2 ประโยค หรือประโยคยาวที่มีคำเชื่อม) และการดูวิดีโอบทสนทนาแล้วเลือกการโต้ตอบที่ถูกต้องที่สุด ศัพท์ที่จะเจอในข้อสอบจะวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว บ้าน งาน โรงเรียน ชีวิต<br></li><li><strong>Kennis van de Nederlandse Maatschappij (KNM)</strong> </li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนเรียกว่าวิชาสังคม หรือเรียกย่อ ๆ ว่า “กาเอ็นเอ็ม” การสอบตัวนี้จะทดสอบความรู้ความเข้าใจของเรา เกี่ยวกับประเทศเนเธอร์แลนด์ในหลากหลายแง่มุม ทั้งภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเมือง การศึกษา การทำงาน ระบบสวัสดิการ การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์ โดยในการสอบนั้น เราจะได้ดูวิดีโอสถานการณ์และต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด บางครั้งมันก็เหมือนจะถูกทุกข้อ แต่เราต้องหาข้อที่ถูกที่สุดให้ได้ เรียกว่าต้องวิเคราะห์กันพอสมควร ไม่สามารถอ่านหนังสือแล้วจำไปสอบทั้งดุ้นได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">*กฎหมายการสอบอินเบอร์เฆอริงแบบใหม่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2022 จะส่งผลให้การสอบ<strong>บางทักษะ</strong>ขยับขึ้นไปเป็นบังคับ<strong>ระดับ B1</strong> นั่นคือ <strong>คนที่ย้ายมาอยู่หลังวันที่ 1 มกราคม 2022</strong> จะต้องสอบวิชาอบรม, สังคม, โอนา ตามปกติ แต่จะต้องสอบการฟัง, การพูด, การอ่าน และการเขียน ในระดับ B1 นั่นเอง แต่การเปลี่ยนกฎหมายการสอบใหม่นี้ ก็มาพร้อมกับบริการของทางอำเภอด้วย เพราะตามหลักการแล้วทางอำเภอจะเป็นคนจัดการเรื่องเรียนเรื่องสอบให้กับคนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ ดังนั้นจึงอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวนี้จนเกินไปและเกิดท้อถอยในการเรียน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเป็นภาษาดัตช์ที่ <a href="https://www.rijksoverheid.nl/onderwerpen/inburgeren-in-nederland/nieuwe-wet-inburgering">https://www.rijksoverheid.nl/onderwerpen/inburgeren-in-nederland/nieuwe-wet-inburgering</a> หรือติดตามข่าวสารจากเฟสบุ๊คเพจข้อมูลสำหรับคนไทยในเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีอยู่มากมายหลายเพจ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>➤ หนังสือเรียนภาษาดัตช์เพื่อการเรียน 4 ทักษะและการสอบอินเบอร์เฆอริง (A2)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ภาษาดัตช์ระดับ A2 และเพื่อสอบอินเบอร์เฆอริงนั้น เราจะใช้หนังสือหลัก ๆ 3-4 เล่ม แบ่งออกเป็น&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>หนังสือเล่มหลัก (0-A1, A1-A2)</li><li>หนังสืออ่านวิชา KNM</li><li>หนังสืออ่านวิชา ONA&nbsp;</li></ul>



<p class="has-text-align-left wp-block-paragraph">หนังสือเรียนภาษาดัตช์ในปัจจุบันจะมาพร้อมกับ “รหัส”  ที่ด้านในของปกหนังสือ เพื่อใช้ในการล็อกอินเข้าไปทำแบบฝึกหัดออนไลน์  หรือดูเฉลย ดาวน์โหลดไฟล์เสียง-ลิสต์คำศัพท์ ฯลฯ และรหัสที่ว่านี้ จะมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง หรือนานกว่านั้น ดังนั้น การซื้อหนังสือมือสองมาใช้ ย่อมหมายถึงการหมดโอกาส ใช้ทรัพยากรณ์ออนไลน์ของหนังสือเล่มนั้นด้วย เพราะเราไม่มี “รหัสที่ใช้ได้” ต่อให้รหัสในเล่มมือสองที่ซื้อมา “ยังมีอายุเหลือ” ก็ตามทั้งนี้เป็นเพราะ รหัสแต่ละชุดจะผูกกับอีเมลและพาสเวิร์ดของคนที่สมัครใช้คนแรก ดังนั้นถ้าเราอยากจะใช้ทรัพยากรณ์ออนไลน์ของหนังสือมือสอง เราก็ต้องมีอีเมลและพาสเวิร์ดของคนที่ขายให้เราด้วย ซึ่ง เอาจริง ๆ ไม่มีใครเขาส่งต่อกันหรอกค่ะ บางสำนักพิมพ์มีรหัสใหม่ขายแยกให้ แต่ส่วนใหญ่ก็มักมีราคาพอ ๆ กับหนังสือมือหนึ่งเลยค่ะ ไหน ๆ ก็จะเรียนแล้ว ลงทุนซื้อหนังสือเรียนมือหนึ่งไปเลยค่ะ ดีที่สุด นอกจากจะได้ใช้ของใหม่เอี่ยมอ่องแล้ว เรายังจะได้ใช้ทรัพยากรณ์ออนไลน์ของหนังสือเล่มนั้นอย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ก็มีบางเล่มที่ใช้แบบมือสองก็เพียงพอ จะเป็นเล่มไหน อ่านต่อนะคะ</p>



<p class="has-text-align-left wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือเล่มหลัก</strong> คือหนังสือที่ใช้เรียนทักษะภาษาทั้ง 4 ฟัง พูด อ่าน เขียน และไวยากรณ์ โดยหนังสือเล่มหลักจะแบ่งออกเป็นระดับ(นีโฟ)ละหนึ่งเล่ม คือ เมื่อเราเรียนจบเล่มหลักเล่มหนึ่งแล้ว เราก็จะได้ความรู้ที่สอดคล้องกับระดับนั้น ๆ&nbsp; เช่น หนังสือเรียน A1 ใช้เรียนภาษาดัตช์ตั้งแต่ 0 ไปจบที่ระดับ A1, หนังสือเรียน A2 ใช้เรียนภาษาดัตช์ตั้งแต่ระดับ A1 ไปจบที่ระดับ A2 เป็นต้น <em>สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของหนังสือเล่มหลัก <br>เราจะมาลงลึกกันในส่วนถัดไปนะคะ</em></p>



<p class="has-text-align-left wp-block-paragraph"><br><img loading="lazy" decoding="async" width="86" height="160" src="https://lh5.googleusercontent.com/NhqeXBAD5YvFqOeLV-SyQiVVmg4ZdJdCNl4h4fB6dV_0s1C2jkQe0hlJzE1AaqDrlAxzO9qN0_Au-yoCUZTUL2DysKY1eiK3tkKJOx1NuwVqnIoI_Ln5-rO8o-qzfXiQf2m6mOWW"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสืออ่านวิชา KNM </strong>ทั้งตลาดตอนนี้มีเล่มเดียวค่ะ คือ <strong>Welkom in Nederland</strong> (ISBN: 9789046904886) เล่มนี้ขอบอกว่า “ต้องมี” นะคะ เพราะเรา “ต้องอ่าน” ก่อนจะไปสอบวิชา KNM ค่ะ มีคนเคยบอกว่าไม่จำเป็นต้องอ่าน แค่ฟังออกแปลออกก็สอบได้แล้ว อันนั้นเขาอาจมีความสามารถพิเศษในการคิดวิเคราะห์สูงมาก ปล่อยเขาไปค่ะ ทางที่ดีและทางที่ปลอดภัยที่สุดในการสอบวิชานี้คือ อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างน้อย 2 รอบเพื่อเก็บคำศัพท์และเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งเล่ม แล้วฝึกทำข้อสอบในเว็บ <a href="https://www.inburgeren.nl/">https://www.inburgeren.nl/</a> หรือข้อสอบเก่า ๆ ตาม youtube แล้วค่อยไปสอบค่ะ และอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ การสอบวิชานี้ไม่สามารถใช้วิธีจำทั้งเล่มแล้วไปสอบได้ แต่เราต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งเล่ม แล้วนำความเข้าใจและข้อมูลจากเล่มนี้ไปวิเคราะห์หาคำตอบในข้อสอบค่ะ และพิเศษสำหรับเล่มนี้นะคะ ใช้มือสองหรือของฟรีได้เลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องซื้อมือหนึ่ง เพราะจากการใช้งานจริงพบว่า ทรัพยากรณ์ออนไลน์ไม่ได้ช่วยเตรียมพร้อมการสอบเท่าไหร่ หนักไปทางช่วยทบทวนความรู้กับคำศัพท์ซะมากกว่า ดังนั้น ไม่ค่อยจำเป็นค่ะ ถ้าเจอมือสองถูก ๆ เอามาอ่านได้เลยค่ะ เน้นอ่านเก็บศัพท์และทำความเข้าใจค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>แต่ถ้าใครรู้สึกว่าอ่านเล่มเดียวยังไม่พร้อม ก็มีหนังสือติวสอบให้ค่ะ ในที่นี้ขอแนะนำเล่ม <strong>TaalCompleet KNM</strong> (ISBN: 9789490807252) เล่มนี้ใช้เดี่ยว ๆ ไม่ได้ เราจะต้องอ่านเล่มบนให้จบก่อน แล้วมาติวข้อสอบด้วยเล่มนี้ค่ะ เพราะตัวเล่มบางมากถึงมากที่สุด แต่รหัสที่มากับหนังสือ จะพาเราไปฝึกทำข้อสอบค่ะ มีคนกระซิบมาว่าแนวข้อสอบค่อนข้างคล้ายของจริง จริงมั้ยลองพิสูจน์ดูนะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img decoding="async" width="134.16" height="134" src="https://lh4.googleusercontent.com/9XYaLK38dk4JInh-YLwnyni00KUJcj8895dVaG7lRMiKPBp8EcP5jRpD7HpLcv3hLp0XZILJMhD78CnmQgQHBlnbObMeSpg4N6xoigBG5McJ4PY-_mqo6Aa5hOs7_o4wIoapRgE1"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><br><br> ￫ หนังสืออ่านวิชา ONA </strong>สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้ทำงานและไม่ได้ลงเรียนคอร์ส ONA 64 ชั่วโมง ก็ต้องทำพอร์ตโฟลิโอส่งเองและไปสอบสัมภาษณ์นะคะ แต่อย่าเพิ่งกลัวไป เพราะเรามีหนังสือตัวช่วยค่ะ ในตลาดตอนนี้มีอยู่หลายเล่มพอสมควร แต่จากการลองหามาอ่านเองแล้ว ขอฟันธงว่าเล่มนี้ดีที่สุดค่ะ <strong>TaalCompleet ONA </strong>(ISBN: 978-94-90807-69-6) เนื้อหาของเล่มนี้ประกอบด้วยแบบฝึกหัดการเขียนและการพูดที่เกี่ยวข้องกับการหางานและสมัครงาน, บทความเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตลาดแรงงานในเนเธอร์แลนด์, คำศัพท์เฉพาะที่ควรรู้เกี่ยวกับการหางานและสมัครงาน และแนวทางการกรอก Resultaatkaarten&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img decoding="async" width="127.72277227722772" height="127" src="https://lh5.googleusercontent.com/7viKRW9pvHa9DxpkSHaEONXM4_bxabWF6nZEebxQYGP5rhPo_XdDF8mQ6nAu3m1hcn86Ifa3kdsZ0iSJzxa53aq1i8cnIPvbHd_T8YrYSYfOXuDmWZDtRjqU9UbyLij2PQ4Q8fdn"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>➤ หนังสือเล่มหลัก</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มหลัก คือ หนังสือที่เราใช้เรียนภาษาดัตช์ในระดับนั้น ๆ (A1, A2, B1, B2, C1) โดยจะเรียนทุกอย่าง ตั้งแต่การออกเสียง คำศัพท์ การฝึกพูดสนทนา การฟัง การเขียน การอ่าน และไวยากรณ์ ซึ่งหนังสือเล่มหลักพวกนี้ก็มีหลายหลักสูตร หลายสำนักพิมพ์ค่ะ เราจะต้องเลือกหาหลักสูตรที่เราอ่านแล้วเข้าใจง่าย และยิ่งถ้าใครคิดจะเรียนด้วยตัวเอง ก็ควรหาหลักสูตรที่เหมาะกับการเรียนด้วยตัวเองมาใช้ค่ะ<br><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/EksMFlG5KFfVJK5BdV4ZOyF4PMxIcW2l8gQWQ8bg8wOUkIcNI2VQKynl-Z6tUe62TC96dKrpSWsDN3wZ77qxIZ7IMlUlWVpZgGbz2zn1tWYwj6DHbihW7wT865TOIjs7NwNtigAe" width="280.6417112299465" height="266"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งหลักสูตรที่ผู้เขียนกล้ายืนยันว่าเหมาะสำหรับใช้เรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเองที่สุด ณ ตอนนี้ คือเล่มหลักสูตร <strong>TaalCompleet</strong> ค่ะ โดยใครอยากเริ่มเรียนปูพื้นฐานใหม่ก็ให้เริ่มเรียนที่เล่ม <strong>TaalCompleet A1</strong> (ISBN: 9789490807221) จบแล้วค่อยต่อด้วยเล่ม <strong>TaalCompleet A2</strong> (ISBN: 978-94-90807-24-5)โดยระยะเวลาในการเรียนต่อเล่ม(แบบมีวินัยกับตัวเอง) ไม่เกิน 2-3 เดือนค่ะ ดังนั้น รวมระยะเวลาการเรียนปูพื้นฐานตั้งแต่ 0 ไปจนถึงจบเล่ม A2 ถ้าตั้งใจจัดเวลาให้ตัวเองได้ ก็ไม่เกินครึ่งปีค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเรียนมาเองจนมีพื้นฐานพอสมควรแล้ว อยากเริ่มที่เล่ม <strong>TaalCompleet A2</strong> เลย ก็ทำได้ค่ะ แต่เพื่อให้แน่ใจ ลองเข้าไปทำบททดสอบของทางสำนักพิมพ์ดูได้ที่ลิงก์นี้นะคะ <a href="https://kleurrijker.nl/toets/instaptoets/story_html5.html">https://kleurrijker.nl/toets/instaptoets/story_html5.html</a> (มีจับเวลาตรงมุมบนขวานะคะ) พอได้ผลการทดสอบแล้ว เขาจะบอกเราว่าควรเริ่มเรียนที่เล่ม A1 หรือ A2 ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นของหลักสูตร TaalCompleet คือ เน้นแบบฝึกหัดที่สามารถทำคนเดียวได้ เนื้อหาและคำศัพท์มีการไต่ระดับความยากแบบไม่ก้าวกระโดด คือเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป ง่ายไปหายาก แบบฝึกหัดออนไลน์เยอะ การจัดหน้ากระดาษดูน่าสนใจ ไม่จืดชืดไป และไม่การ์ตูนเกินไป และมีการทำตำหนิ ** กำกับแบบฝึกหัดที่คล้ายกับข้อสอบหรือใช้เป็นแนวทางฝึกทำข้อสอบได้ดี ทำให้เรารู้ว่าควรใส่ใจกับแบบฝึกหัดไหนเป็นพิเศษบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการเรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเองนั้น ก็ยังคงมีส่วนที่เราจำเป็นต้องมีผู้ช่วย นั่นคือส่วนของการพูด อย่างในหนังสือ TaalCompleet จะมีแบบฝึกหัดที่เป็นประโยคให้เราพูดตาม ถ้าเข้าไปทำในคอมเราจะสามารถกดฟังเสียงตัวอย่างแล้วบันทึกเสียงตัวเองพูดตาม และเปิดฟังเทียบกับตัวอย่างได้ แต่ถ้าเป็นแบบฝึกหัดที่ต้องตอบคำถาม เราก็ต้องขอความร่วมมือคนที่บ้านให้มาช่วยฟังดูว่าเราตอบใช้ได้แล้วหรือยัง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี ด้วยราคาที่ถือว่าแพงเป็นอันดับต้น ๆ ของตลาดตอนนี้ ทำให้หลายคนมองข้ามและไม่คิดจะซื้อมาใช้ ผู้เขียนจึงอยากแนะนำให้ลองหาจากห้องสมุดมาเปิดอ่านดูก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจ หรือจะลองสั่งซื้อมาเปิดดูเลยก็ได้ (อย่าเพิ่งใช้รหัส) ถ้าหากพบว่าไม่ชอบจริง ๆ เราก็มีสิทธิ์ส่งหนังสือคืนและรับเงินคืนได้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากหนังสือเล่มหลักของหลักสูตร TaalCompleet แล้ว ก็ยังมีอีกหลายหลักสูตรหลายตระกูลที่เราจะพอคุ้นชื่อหรือเคยเห็นผ่านตากันไปบ้าง ซึ่งต้องบอกก่อนว่า หนังสือเล่มหลักจากหลักสูตรอื่น ๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ก็สามารถนำมาใช้เรียนด้วยตัวเองได้เช่นกัน เพียงแต่มันจะ “เหมาะสมน้อยกว่า” TaalCompleet อาจจะด้วยแบบฝึกหัดที่เน้นการฝึกร่วมกับเพื่อนในห้องมากกว่า หรือคำอธิบายไวยากรณ์ที่มีในหนังสือน้อยเพราะเน้นให้ครูอธิบายมากกว่า เป็นต้น ผู้เขียนจะพยายามนำเสนอหนังสือแต่ละเล่มเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพมากที่สุดค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><strong>￫หนังสือ</strong> <strong>De opmaat</strong> (ISBN: 9789024431991) หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรคลาสสิคค่ะ นั่นคือเก่าและดี จุดเด่นคือเนื้อหาอัดแน่นทั้งแบบฝึกหัดและคำอธิบายไวยากรณ์ ที่สำคัญคือราคาเป็นมิตรค่ะ แต่เล่ม De opmaat จะใช้เรียนตั้งแต่ระดับ 0 ไปจบที่ A2 ได้เลยในเล่มเดียว แปลว่า เนื้อหาย่อมมีความรวบรัดก้าวกระโดดอยู่บ้างนั่นเอง อาจจะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานการเรียนภาษาที่สองที่สามมาแล้ว หรือคนที่ค่อนข้างหัวไวกับการเรียนภาษาค่ะ เล่มนี้เพิ่งมีการเปลี่ยนปกใหม่ไปเมื่อไม่นานนี้ ปรับโฉมให้น่าอ่านมากขึ้นโดยการเพิ่มรูปภาพสีสันสวยงาม ไม่จืดชืดชวนให้เบื่อง่ายแบบปกเก่า (ISBN: 9789085067238) ตัวหนังสือใหญ่อ่านง่าย และยังคงมีสรุปไวยากรณ์พร้อมแบบฝึกหัดเสริมให้ที่ท้ายเล่มเหมือนเดิมค่ะ แต่ เล่มนี้ค่อนข้างเหมาะใช้ในห้องเรียนแบบมีครูและมีเพื่อนร่วมฝึกมากกว่าค่ะ ยังไงลองเปิดดูตามห้องสมุดก่อน ชอบไม่ชอบยังไงลองตัดสินใจดูนะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" width="104" height="193" src="https://lh3.googleusercontent.com/hShkRnGWOelSVNI-Qqg3UxEt0PyBfFma60zNSNn2SKUcvNydBHVSgvm8uPfC3TIwi0j7ZTdxTlj91qGIpocx3Lir88J6JgZcc3dQ2nIQX5b9BgEPYBUTaXa_7ta8WkcPqO7nYB4I"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫</strong><strong>หนังสือ</strong> <strong>Van Start</strong> (ISBN: 9789089533265) เล่มนี้เป็นหนังสือจากตระกูลเดียวกันกับ De opmaat ค่ะ สามารถใช้เรียน 0-A2 ได้จบในเล่มเดียวเช่นกัน แต่จัดเป็นเล่มที่เรียนเอง “ง่ายกว่า” เพราะเนื้อหาของเล่มนี้ออกแบบมาให้อ่านเองแล้วเข้าใจได้ง่าย ด้วยการไต่ระดับความยากที่ไปแบบก้าวเล็ก ๆ และเน้นให้ทำซ้ำเยอะ ๆ มีรูปภาพพอสมควรแต่เป็นขาว-ดำ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="104" height="191" src="https://lh6.googleusercontent.com/oUs7a71AjecZrp-64KLGwBrNUyj1vPItdEVnKpF7Cu5s-kgpW46NnbWec2VIBa4f4TxCL2TYyTBIpLnW6vOOMaNK0eRD0gZptZL7Yebux1dN---QjL2ldCratAisRh5ujZvmYpXx"></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับหนังสือหลักสูตร opmaat (De opmaat และ Van start) ยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือไปจากคำอธิบายไวยากรณ์และแบบฝึกหัดเสริม นั่นก็คือ ส่วนที่เรียกว่า <strong>Taalhulp</strong> ซึ่งมีอยู่ในเนื้อหาทุกบท ในส่วนนี้จะเป็นตัวอย่างประโยคที่สามารถใช้พูดได้ในชีวิตประจำวันตามสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการถามและการตอบ โดยจะมีเสียงตัวอย่างให้ฟัง แล้วเราก็หัดพูดตามค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" width="104" height="167" src="https://lh3.googleusercontent.com/jglmf_FCxnBNH6GAXfp5aC43zZ-dwdkRgy4z9SkPPAo--S0tWJgc68m3b_sCgKP-3SseMKY0TTAO6jMdxe5wgK50pcR6chRN1jswConrQRzd4BmGbgMlr4m4NOGi7JqvGkfFnEVl"></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;<strong>￫</strong><strong>หนังสือ</strong> <strong>Nederlands in gang</strong> (ISBN: 9789046905609) เล่มนี้นิยมใช้สอนตามโรงเรียนที่เป็นคอร์สอินเทนซีฟ(จบไว)ค่ะ เพราะเนื้อหามีความสั้นกระชับ เรียนจบบทได้ไว (ทำให้คอร์สสั้น ราคาก็ถูกลงหน่อย คนก็ยอมควักจ่ายง่าย) และเราสามารถใช้เล่มนี้เล่มเดียวในการเรียนจาก 0-A2 ได้เลยเช่นกัน แต่ต้องเตือนตัวโต ๆ ก่อนว่า หนังสือของหลักสูตรนี้ เหมาะกับคนที่พื้นฐานภาษาที่สอง(โดยเฉพาะอังกฤษ)ดีอยู่แล้วและต้องค้นคว้าเรียนเองได้ดีพอสมควร เพราะต้องอ่านเยอะ ทำแบบฝึกหัดคำศัพท์และไวยากรณ์เยอะมากค่ะ แต่ส่วนที่ดูจะอ่อนลงไปหน่อยคือคำอธิบายไวยากรณ์ในเล่มค่ะ ไม่ค่อยเยอะ ต้องเข้าไปดูในเว็บของหนังสือหรือค้นคว้าข้างนอกเพิ่มเอง ฉะนั้น ถ้าใครที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งและไม่ขยันค้นคว้าเอง ไม่แนะนำให้ใช้เล่มนี้ค่ะ<br><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/xMDR-QMIFr-KuDJFUMe13BZx7J52HAzLPrp3DvA5kk952tA3CEV79N6GIU50lcTMGm0fKcde6_sc1X0NGX26Abllp2YPTCTyKNAeVZNb7Q8NR-jN-rd8koYjhxQKDHZcmjSSeZqO" width="144" height="179"></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;<strong>￫</strong><strong>หนังสือ</strong> <strong>Taaltalent deel 1</strong> (ISBN: 9789046907559) และ <strong>Taaltalent deel 2</strong> (ISBN: 9789046907566) หลักสูตรนี้แยกเป็นเล่ม 0-A1 และ A1-A2 ค่ะ คือเริ่มเรียนจากเล่ม deel 1 จบแล้วค่อยต่อเล่ม deel 2 ก็จะได้ความรู้ถึงระดับ A2 พอดี ในส่วนของเนื้อหานั้น ตัวผู้เขียนเองเคยเปิดอ่านสมัยที่เป็นฉบับเก่า บอกตามตรงว่าไม่ค่อยปลื้ม เพราะความน้อยของมันค่ะ รูปแบบทั่วไปจัดเนื้อหาเหมือนกับหลักสูตร in gang เลย เพียงแต่ง่ายกว่าและน้อยกว่า แต่ล่าสุดที่มีการปรับปรุงใหม่ (หน้าปกไม่มีรูปคนนะคะ) เขาก็เคลมมาว่าใส่ใจเรื่องไวยากรณ์มากขึ้น รวมถึงเรื่องวัฒนธรรม การศึกษา และตลาดแรงงานในประเทศค่ะ ซึ่งส่วนท้ายนี้อยู่ในหัวข้อ ‘Op het werk’ ซึ่งจะสอนเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมในที่ทำงานค่ะ ใครสนใจลองหามาเปิดดูได้นะคะ เผื่อว่าจะชอบ&nbsp;<br><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/Z3oRinCbdfrh7NMX-0Zg_jbBLUw9g6hGLb6sQWigl3U53AZmDgtW7bndlFv3LvoDH3sb1keEgxzGlIYu9c5ZXgnjPUVk85drYXXnj7qxqxe-CXpbta-1kVnGVz4CVLAHMLEP68MD" width="112" height="139"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫</strong><strong>หนังสือ Nederlands voor buitenlanders </strong>(ISBN: 9789024422388) เล่มเดียวเรียนจบ 0-A2 แต่อันนี้เป็นเล่ม Tekstboek คือเล่มที่ใช้เรียน นอกจากนี้ยังมีเล่มแบบฝึกหัด Oefenboek (ISBN: 9789024423132) เพิ่มมาต่างหากด้วย ขอบอกว่า เล็กและแพงค่ะ รีวิวสั้น ๆ หลักสูตรนี้ขลังและคลาสสิคก็จริง แต่ดูเหมือนว่าเดิมทีเขาจะพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นมาสำหรับต่างชาติที่ย้ายมาทำงานระดับสูงหรือนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยระดับสูง มากกว่าค่ะ โดยจะเน้นไปที่การอ่านบทความที่มีศัพท์ยาก ๆ และการชวนพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ แต่จะไม่เน้นการอธิบายไวยากรณ์ค่ะ เน้นให้รู้ศัพท์และกล้าพูดซะมากกว่า ซึ่งการกล้าพูดก็นับเป็นข้อดีค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะได้ฝึกพูดเยอะก็ต่อเมื่อไปเรียนกับครูเท่านั้น ครูเขาจะมีวิธีสอนเราเองค่ะ แต่ถ้าใช้เรียนเองที่บ้าน คิดว่าคงได้แค่เรียนคำศัพท์เท่ ๆ ที่บางครั้งก็ยากเกินชีวิตประจำวันค่ะ ไม่ค่อยแนะนำ&nbsp;<br><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/8VgciUFuXOq2bVppxaJ3fxuhQJ5v2-beZHb5wha925hpN9eLB5UhNRjp5NJURpyubbm_ZOenap4AFPMoeyoPJSwNxDPwokLof-mlzL8z5DU-XrDUWbzlVsYdrH_vbl_OjN5kg8cL" width="216" height="152"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫</strong><strong>หนังสือ Stap nieuw &#8211; 1 </strong>(ISBN: 9789460303302)<strong> </strong>และ <strong>Stap nieuw &#8211; 2 </strong>(ISBN: 9789460304224) เหมือนกับ Taaltalent ค่ะ คือแยกเล่ม A1 กับเล่ม A2 นีโฟละเล่ม หลักสูตรนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับหลักสูตร TaalCompleet ในเรื่องของเนื้อหาและแบบฝึกหัดค่ะ ก็คือ อัดแน่น โดยหลักสูตรนี้จะมีคำอธิบายไวยากรณ์ค่อนข้างละเอียดรวมไว้ให้ท้ายเล่มด้วย ด้านในมีรูปภาพประกอบเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นรูปการ์ตูนค่ะ สีสันหน้ากระดาษจัดว่าฉูดฉาดมาก หลักสูตรนี้ยังคงขายหนังสือพร้อมแผ่นซีดีค่ะ โดยจะมีมาเล่มละ 4 แผ่นด้วยกัน แต่ใครไม่สะดวกจะใช้แผ่นซีดีแล้ว ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เสียงได้ฟรี ๆ ที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ค่ะ&nbsp;<br><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/q-wAZa3pvWfQtXhFj6pcVQBchtrl9_WfE6HzrFkNDc9mB9UZNM1LUPA-WJDbIlj1ePvhTcMdlxQjf6h9Rf352QCVENo38pG94SEggLu8FbGQsJqqlOx5RJv4lYHSZoWD9seIger4" width="233" height="193"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫</strong><strong>หนังสือ Code+ Deel 1 </strong>(ISBN: 9789006978308) และ <strong>Code+ Deel 2 </strong>(ISBN: 9789006978339) แยกเรียนเล่ม 0-A1 และ A1-A2 ค่ะ หลักสูตรนี้จัดเป็นหลักสูตรคลาสสิคอีกหนึ่งหลักสูตรค่ะ และฉบับเปลี่ยนปกใหม่นี้ก็มาพร้อมรูปภาพประกอบสีสันสวยงาม การจัดหน้าดูไม่วุ่นวาย เรียนได้สงบ ๆ ท้ายเล่มมีสรุปไวยากรณ์และเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมวัฒนธรรมค่ะ ส่วนตัวผู้เขียนไม่เคยใช้หลักสูตรนี้ แต่เท่าที่เข้าไปดูในเว็บของสำนักพิมพ์มา คิดว่าเนื้อหาดีมากค่ะ เพียงแต่ว่า มันเหมาะกับการใช้เรียนในห้องเรียนที่มีกลุ่มเพื่อนมากกว่า ใครอยากเอามาเรียนเอง ลองหามาเปิดดูประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อนะคะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับหนังสือเล่มหลัก เวลาเลือกหามาใช้เรียนเอง ให้ลองดูเนื้อหาของหนังสือก่อนว่าอ่านแล้วรู้สึกว่าเข้าใจง่ายมั้ย และลองพิจารณาพื้นฐานความรู้ของตัวเองและความพร้อมด้านวินัยกับเวลาที่เราจะทุ่มให้กับมันด้วย เพราะถ้าเราคิดแค่อยากเรียนจบไว ๆ เลยเอาเล่มรวบรัด 0-A2 มาใช้ แต่เราไม่พร้อมที่จะทุ่มเทเวลาให้กับมัน ก็รอดยากค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวิธีการใช้หนังสือเรียน เพื่อการเรียนภาษาระดับ A2 และการเตรียมสอบ ขอแนะนำแบบนี้นะคะ เริ่มจากเรียนเล่มหลักก่อน แล้วแทรกเสริมด้วยเล่มสังคม จากนั้นเตรียมตัวสอบ ไปสอบให้ผ่าน แล้วถ้าจำเป็นต้องสอบ ONA ก็อ่านเล่ม TaalCompleet ONA พร้อมกรอก Resultaatkaarten ยื่นส่งพอร์ตโฟลิโอ พอร์ตผ่านแล้วก็ไปสอบสัมภาษณ์ให้ผ่านค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างแผนการเรียนด้วยตัวเองในอุดมคติของผู้เขียน </strong><strong>แบบใช้หลักสูตร TaalCompleet</strong><strong>&nbsp;</strong></p>



<ol class="wp-block-list"><li>TaalCompleet A1</li><li>TaalCompleet A2 + Welkom in Nederland (อ่านควบคู่กันไปได้เลยค่ะ สลับ ๆ กัน)</li><li>ฝึกทำข้อสอบ</li><li>ไปสอบสังคม, อ่าน, ฟัง, เขียน, พูด (เรียงลำดับตามถนัดนะคะ)&nbsp;</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><em>และถ้าต้องสอบ ONA</em></p>



<ol class="wp-block-list" start="5"><li>TaalCompleet ONA</li><li>ทำพอร์ตโฟลิโอส่ง</li><li>ไปสอบสัมภาษณ์</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวิชาอบรมก็หาทางนัดคิวอบรมกับอำเภอหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำให้เสร็จในเวลา 1 ปีแรกที่ย้ายมานะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>แหล่งหาซื้อหนังสือ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เลขมาตรฐานสากลสำหรับหนังสือ (ISBN) ที่อยู่ต่อท้ายชื่อหนังสือทุกเล่ม สามารถใช้ในการค้นหาหนังสือได้นะคะ เอาเลขนั้นไปเสิร์ชในเว็บห้องสมุด หรือเว็บร้านหนังสือที่ชอบไปประจำ หรือที่นิยมกันที่สุดคือ สั่งซื้อผ้าเว็บ bol.com ค่ะ หนังสือมือหนึ่งถ้าซื้อมาเปิดดูแล้วไม่ถูกใจ ทำเรื่องส่งคืนได้ ได้เงินคืนค่ะ และถ้าซื้อมือสอง(จากร้านที่มีอ็อพชั่นส่งคืนฟรี) ก็ทำได้เช่นกันค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทางเลือกคือเว็บ<a href="https://www.bookmatch.nl/"> https://www.bookmatch.nl/</a> เป็นเว็บหาซื้อหนังสือเรียนมือสองค่ะ (มือหนึ่งก็มีค่ะ) ระบบของร้านนี้ค่อนข้างดี ตรงที่ทางร้านจะกันเงินที่เราจ่ายไปไว้ก่อน รอจนกว่าเราจะได้หนังสือ พอเราได้หนังสือแล้วเข้าไปกดยืนยันและรีวิวคนขาย ทางร้านถึงจะโอนเงินต่อให้คนขายตัวจริงค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บสำหรับซื้อหนังสือเรียนมือหนึ่ง นอกจากจะมี<a href="https://www.bol.com/nl/"> https://www.bol.com/nl/</a> ที่ซื้อได้สะดวกคืนสบายแล้ว ก็ยังมีเว็บของสำนักพิมพ์ด้วยค่ะ ดูที่หน้าปกว่าเป็นสำนักพิมพ์ไหน แล้วเข้าไปค้นที่เว็บนั้นได้เลยค่ะ เช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักพิมพ์ boom &#8211;&gt;<a href="https://www.nt2.nl/nl/"> https://www.nt2.nl/nl/</a> (มีหนังสือของสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่วางขายด้วย)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักพิมพ์ kleurrijker &#8211;&gt;<a href="https://kleurrijker.nl/"> https://kleurrijker.nl/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักพิมพ์ coutinho &#8211;&gt;<a href="https://www.coutinho.nl/"> https://www.coutinho.nl/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักพิมพ์ acco &#8211;&gt;<a href="https://www.accouitgeverij.nl/"> https://www.accouitgeverij.nl/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในตอนต่อไป เราจะไปดูหนังสือ NT2 ที่เป็นหนังสือเรียนเสริมกันค่ะ ทั้งหนังสือเสริมไวยากรณ์, หนังสือเสริมทักษะและเตรียมสอบ, พจนานุกรม และหนังสืออ่านนอกเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">เจอกันบทความหน้านะคะ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://ulearn365.eu/our-instructor/kru-nan/" data-type="our-instructor" data-id="615">ครูแนน (Chutima Stel)</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนังสือเรียนภาษาดัตช์ด้วยตัวเอง สำหรับคนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ (ตอนที่ 2)</title>
		<link>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning-2/</link>
					<comments>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning-2/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ulearn365]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Apr 2021 07:40:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Inburgering]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ulearn365.eu/?p=339</guid>

					<description><![CDATA[เรียบเรียง โดยครูแนน จากบทความตอนที่แล้ว เราได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระดับภาษา, การสอบอินเบอร์เฆอริง และการเลือกหนังสือเพื่อใช้เรียนและเตรียมสอบกันไปแล้วนะคะ ในบทความนี้ เราจะมาดูเพิ่มเติมกันว่า นอกจากหนังสือเรียนเล่มหลัก หนังสือสังคม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://ulearn365.eu/our-instructor/kru-nan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เรียบเรียง โดยครูแนน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากบทความตอนที่แล้ว เราได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระดับภาษา, การสอบอินเบอร์เฆอริง และการเลือกหนังสือเพื่อใช้เรียนและเตรียมสอบกันไปแล้วนะคะ ในบทความนี้ เราจะมาดูเพิ่มเติมกันว่า นอกจากหนังสือเรียนเล่มหลัก หนังสือสังคม และหนังสือ ONA แล้ว ยังมีเล่มไหนอีกบ้างที่เราสามารถนำมาใช้เรียนเสริมหรือพัฒนาทักษะภาษาของเราได้ รวมถึงการเตรียมสอบด้วย!</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ หนังสือเสริมไวยากรณ์</span></strong><br>หนังสือเสริมไวยากรณ์ใช้ยังไง? หลายคนเมื่อได้รับคำแนะนำให้หาหนังสือเสริมไวยากรณ์มาใช้ จะมีความคิดเห็นในทำนองที่ว่า “ไม่เอาหรอก ซื้อมาก็ไม่ได้อ่าน ของเก่า(เล่มหลัก)ยังอ่านไม่หมดเลย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว หนังสือเสริมไวยากรณ์ ไม่ได้มีไว้เปิดอ่านรวดเดียวจบค่ะ แต่มีไว้ใช้เสมือนตำรา ที่เอาไว้เปิดหาข้อมูลหรืออ่านเสริมในเรื่องที่เรายังไม่กระจ่างจากหนังสือเล่มหลัก เช่น ถ้าในหนังสือเล่มหลักเราเรียนถึงเรื่องกาลสมบูรณ์แล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่เข้าใจดี เราก็มาเปิดหนังสือเสริมไวยากร์ในเรื่องกาลสมบูรณ์แล้วดูคำอธิบายและทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมในนั้นได้ค่ะ สำหรับบทความตอนสุดท้ายนี้ ก็มีหนังสือเสริมไวยากรณ์มาแนะนำให้ 5 เล่มด้วยกัน โดยจะขอเริ่มที่เล่มที่(ส่วนตัว)คิดว่าเหมาะกับการใช้เรียนด้วยตัวเองในระดับ A1-A2 ที่สุด ณ ตอนนี้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img decoding="async" width="209.24999999999994" height="210" src="https://lh3.googleusercontent.com/uEV0dzes8z0DOg6d4Q6NjjwY9uNGqEFNJQ0S7TkMgzDLNEhYUhG7q-zkZCR5GOtS2RQEy6GYNS4vNWtu9V3sQNZGlluRxruHC90eL-IxNuU2ffyYR11TWbo3H-nXP8Lmc1bA2vrj"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Van A tot Zin </strong>(ISBN: 9789490807306) จากชื่อของหนังสือก็พอจะเดาได้นะคะว่ามันเกี่ยวกับอะไร A คือพยัญชนะ ส่วน Zin คือประโยค นั่นคือหนังสือเล่มนี้จะสอนเราตั้งแต่ชุดพยัญชนะ การออกเสียง พยางค์ ชนิดคำ ไปจนถึงโครงสร้างประโยคค่ะ (นี่คือไวยากรณ์ค่ะ) ที่บอกว่าเล่มนี้เหมาะสำหรับการใช้เรียนด้วยตังเองตั้งแต่เริ่มต้นก็เพราะว่า เนื้อหาของมันจะจำกัดและโฟกัสอยู่ที่ระดับความรู้ A1-A2 ค่ะ เรียนกันจบเล่มแบบเน้น ๆ ก็จะได้ความรู้ไวยากรณ์ในระดับที่เพียงพอสำหรับใช้สอบและใช้ในชีวิตประจำวันแบบเบื้องต้นได้พอดี ในแต่ละบทจะมีคำอธิบายหนึ่งหน้า และแบบฝึกหัดเฉพาะของเรื่องนั้น ๆ อีกหนึ่งหน้าค่ะ และรหัสที่ให้มากับเล่ม สามารถใช้ล็อกอินเข้าไปดูเฉลยได้ และปริ๊นท์ใบงานเสริมมาทำเพิ่มได้อีกด้วย (แบบฝึกหัดในเล่มจะเน้นสำหรับอ่านทำคนเดียวค่ะ ส่วนของออนไลน์ที่ปริ๊นท์เพิ่มได้ก็จะมีกิจกรรมกลุ่มแทรกมาบ้าง เพราะเล่มนี้ก็ใช้เรียนในห้องเรียนได้ด้วยเหมือนกัน)  </p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="124" height="176" src="https://lh3.googleusercontent.com/KoI00OPL9phTZzVmPbq4EsqYTVfUSvQeTt7Q5ngunWLoMYPOy81dai205gWJw-O_JLxag9Ig2kYj3jt83O0wBdqdargmGR2g75lKu6yO5fym7Lb-05ggWU3zyvMtRljCnzJdVMI-"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Klare taal! </strong>(ISBN: 9789024436699) เล่มนี้ใหญ่และคลาสสิคค่ะ ความรู้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ A1-C1 อธิบายเป็นเรื่อง ๆ พร้อมมีแบบฝึกหัดและบททดสอบให้ทำ ด้านหลังของหนังสือมีเฉลยให้ และฉบับตีพิมพ์ใหม่จะมีรหัสให้เข้าไปทำอ่าน-ทำแบบฝึกหัดออนไลน์ได้ค่ะ เหตุผลที่ไม่ค่อยแนะนำเล่มนี้มากเท่าเล่ม Van A tot Zin เพราะมองว่ามีหัวข้อเยอะเกินจำเป็นอัดอยู่ในเล่มเดียว อาจส่งผลต่อสมาธิในการเรียนได้ เพราะเรามักจะอยากดูอยากรู้ว่าต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรและยากแค่ไหนจนลืมโฟกัสในเรื่องพื้นฐานที่เราควรจะรู้ค่ะ อีกอย่างคือเล่มนี้อาจมีคำอธิบายที่สรุปรวบรัดไปบ้าง ยังดีที่ตัวอย่างให้มาเยอะพอสมควร มีรูปภาพประกอบน่ารัก ๆ ด้วย จะบอกว่ามือสองหาซื้อยากมากค่ะ ไม่ค่อยมีคนปล่อยขาย ยังไงลองหายืมจากห้องสมุดมาดูก่อน ค่อยตัดสินใจซื้อนะคะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="82" height="146" src="https://lh3.googleusercontent.com/iVYHeX_IS7j-D5V697HhMVA_Y3u3D6KARlHDQUNWmWRsYyJ4fpcENG5x1K3apmOwev9215hrCJ_O6S1ImCnsDdJClxGeMwLlH-ZMO5k6eqk1Z-Qiw_MkUeo1IpAkUIarLQ2-6Ho0"><img loading="lazy" decoding="async" width="124" height="175" src="https://lh3.googleusercontent.com/FvMiSGuGvZixLXHMT2EkJZWN677dDQ67rqEx1k3FThC_cYrKf3ByFMZ0a-kF4PA6kDpNUaClGqfIYCjrl8IuWYAc-dOz6MNwTvCTNj13KoHpfIMiwTx73MFDItWT6k1rl_vlCwPC"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Zichtbaar Nederlands </strong>(ISBN: 9789046906484) เล่มนี้น่ารักค่ะ เป็นหนังสืออธิบายไวยากรณ์ด้วยภาพประกอบ อ่านแล้วมีโอกาสเข้าใจง่ายขึ้นกว่าการอ่านตัวหนังสืออย่างเดียวค่ะ หลายคนน่าจะชอบ และเจ้าของหนังสือเล่มนี้ก็เขามีเว็บไซต์ที่ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ไวยากรณ์ประกอบรูปภาพด้วยนะคะ เว็บที่ว่านี้คือ <a href="https://zichtbaarnederlands.nl/">https://zichtbaarnederlands.nl/</a> ค่ะ กลับมาที่หนังสือนะคะ เล่มนี้สามารถใช้เรียนไวยากรณ์ได้ตั้งแต่ระดับ A1-B2 เลยค่ะ โดยในเล่มจะไม่มีแบบฝึกหัดให้ เราต้องใช้รหัสเข้าไปทำแบบฝึกหัดในเว็บของเขาค่ะ แต่พิเศษสำหรับเล่มนี้ ถ้าใครไม่สะดวกซื้อหนังสือมือหนึ่ง ก็สามารถหายืมจากห้องสมุดมาอ่าน แล้วซื้อรหัสแยกต่าง ๆ เพื่อเข้าไปทำแบบฝึกหัดอย่างเดียวได้ค่ะ ราคาจะถูกกว่าหนังสือมือหนึ่งเกินครึ่งเลยค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image is-resized is-style-default"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/h9XG7jpr3HhHXIIDx0VOFnQqBSHdPRqN84DWOgNLdDAoSnAkCdx28pqDgcyQGLpQViq-GrbIdigGF5H2X8f0cFyHK5962jx75U22RDTHd39ztc759lf3XtpqLYPP-defM5ydOuLz" alt="" width="238" height="420"/></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Werkwoorden op rij &#8211; Deel 1</strong> (ISBN: 9789077698242) และ <strong>Werkwoorden op rij &#8211; Deel 2</strong> (ISBN: 9789077698259) สองเล่มนี้โฟกัสที่การฝึกผันและสะกดคำกริยาแบบเป็นระบบค่ะ โดยทั้งชุดจะมีทั้งหมด 3 เล่มด้วยกัน แต่สำหรับคนเริ่มเรียนถึงระดับ A2 ใช้แค่เล่มแรกกับครึ่งเล่มสองก็เพียงพอค่ะ เนื้อหาในเล่มมีแค่คำอธิบายการผันกริยาตามกาลและรูปแบบประโยคต่าง ๆ พร้อมตัวอย่างการผัน จากนั้นก็เป็นแบบฝักหัดที่มีประโยคและเว้นที่ให้เราใส่คำกริยาผันที่ถูกต้องลงไปค่ะ ในเล่มมีเฉลยให้พร้อมเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><img loading="lazy" decoding="async" width="97" height="136" src="https://lh3.googleusercontent.com/U46BJCWpGOFVktF4CRhGMQi8IfwwWXogbhngjb8h5echv-hwEOKXYzj33cM5GeWyRmpBnE7Dg9WZDUDyU7OXNacTcqPrqOc9GNGoa7OIeOZ4hgrFQ18j5Ih0LtHhz012DAQ0ktFm"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ A practical Dutch grammar</strong> (ISBN: 978-90-5997-040-3) เล่มนี้เขียนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ มีคำอธิบายไวยากรณ์แบบสั้นกระชับ พร้อมตัวอย่างประโยคให้ศึกษาเพิ่มเติม ตัวเล่มบางเบา ไม่มีแบบฝึกหัดอะไรให้ทำ เนื้อหาเล่มนี้ใช้เรียนได้สำหรับ A1-A2 ค่ะ แต่พิเศษสำหรับเล่มนี้ คือ<strong>มีฉบับแปลภาษาไทยให้ดาวน์โหลดฟรี</strong> <a href="https://dutchgrammar.org/thai-edition/">ที่ลิงค์นี้ค่ะ</a> ใครสะดวกอ่านภาษาอังกฤษก็ลองหาตัวเล่มจริงมาดูได้ ส่วนถ้าใครอยากอ่านภาษาไทยก็ดาวน์โหลดมานะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ หนังสือเสริมทักษะการเขียน </span></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากเขียนเป็นต้องทำยังไง? ฝึกเขียนค่ะ แล้วฝึกเขียนทำยังไง? ก็ต้องรู้คำศัพท์ที่อยากใช้และรู้หลักไวยากรณ์ที่จำเป็นสำหรับรูปประโยคที่อยากเขียนค่ะ นั่นคือ เราจะนำคำศัพท์มาเรียบเรียงตามกฎไวยากรณ์นั่นเอง ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ค่ะ ไม่มีทางลัด แล้วถ้าอยากอยากจะฝึกเขียนให้ไหลลื่นดูเป็นธรรมชาติ มันก็จะมีเรื่องของการขยันอ่านตัวอย่างจากหนังสือสื่อตีพิมพ์อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ จะเป็นการดูตัวอย่างที่ถูกต้องและสวยงามแล้วนำมาปรับใช้ให้เขากับสไตล์ของตัวเองต่อไป และสำหรับใครที่คิดว่าแบบฝึกหัดในหนังสือเล่มหลักและหนังสือเสริมไวยากรณ์ยังไม่จุใจพอ ก็ลองหาสองเล่มนี้มาทำเพิ่มได้นะค</p>



<p class="wp-block-paragraph">ะ<img loading="lazy" decoding="async" width="82" height="155" src="https://lh6.googleusercontent.com/d5P7dV3_3eaweVbK_jlMzi9tw3qy301-y6HFNISwPEeDCqRrH9QSNzeZ-88KynzW7TIiLzcXcBS-ZoFGrT5dgs2i-WmjMBGW2d3uV9V4CUMAP-KPiuV0TYHXzFiX6clpcJCQ8JZ9"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Schrijven in Nederland</strong> (ISBN: 9789006814651) เล่มนี้เป็นหนังสือเรียนการเขียนสำหรับระดับ 0-A1 ค่ะ เราจะได้ฝึกการกรอกข้อมูลส่วนตัวแบบง่าย ๆ การผันกริยาพื้นฐาน ฝึกแต่งประโยคเกี่ยวกับตัวเองด้วยศัพท์ที่ไม่ยากจนเกินไป ฝึกเขียนประโยคคำถามแบบต่าง ๆ และในบทท้าย ๆ เราก็จะได้นำความรู้พื้นฐานเหล่านี้ (การเขียนประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ) มาเขียนต่อกันให้เป็นเรื่องขนาดสั้น ข้อความมือถือ รวมถึงอีเมล เอาจริง ๆ คนที่กำลังเตรียมสอบเขียน A2 จะหามาฝึกทำเล่น ๆ ก็ได้ประโยชน์เหมือนกันค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="82" height="115" src="https://lh5.googleusercontent.com/BaXiepFstk0JJllaPNXtD88sJq-NK1RyVj69DN9H8XSh6a-urG9OwyRvVgE4rvGb7j3AofNTj8w58vbyY-YDT5iX3mIwRMQPAddL_sHgWvmIdUkVRwI5lD1hqvjVZgZ1HlnyYs7P"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Zet het op papier 1</strong> (ISBN: 9789006814651) เล่มนี้แนะนำสำหรับคนที่เรียน A2 มาได้สักระยะแล้วนะคะ เพราะแบบฝึกหัดจะค่อนข้างยากไปอีกขั้นนึงแต่ทำแล้วสนุกค่ะ ได้ฝึกเขียนเยอะมาก แต่ว่าไม่มีเฉลย ต้องให้ครูหรือคนที่บ้านช่วยตรวจให้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ หนังสือเสริมทักษะการพูด</span></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับทักษะการพูด เราอาจจะแบ่งออกได้เป็นการพูดให้ชัดและคล่อง กับการพูดให้ถูกตามหลักไวยากรณ์นะคะ มาดูกันว่ามีหนังสือเล่มไหนที่พอจะช่วยเสริมในส่วนนี้ได้บ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ง<img loading="lazy" decoding="async" width="116" height="170" src="https://lh5.googleusercontent.com/v5wxQcF9kCYRdEUJ_VbOScQo1_iXm4BrDRIVW-RlmzxlgG98mvM9zfi2VyIJDpmONJxDEfDdirdzG5yd5L65gsuJQCgdjVLZseErezrWDmadThQY0Xba2B-f_5uwGI1NnrN3e3VS"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Nu versta ik je!</strong> (ISBN: 9789033493171) เลือกที่เป็นปกสีฟ้า ๆ เขียนในวงเล็บว่า (Nederlandse editie) นะคะ เพราะว่าถ้าเป็นปกเดียวกันที่มีสีเขียว อันนั้นสำหรับคนเรียนดัตช์ฝั่งเบลเยี่ยมค่ะ เนื้อหาของเล่มนี้เน้นการสอนออกเสียงอย่างเดียว ไม่มีการอธิบายไวยากรณ์ โดยจะเริ่มจากให้หัดออกเสียงคำสั้น ๆ พยางค์เดียว หลายพยางค์ ประโยคสั้น ๆ ฝึกถามฝึกตอบ ฝึกพูดประโยคยาว ๆ ให้คล่องปาก ทั้งนี้ ในหนังสือฉบับเก่าจะมีซีดีแถมมาให้ค่ะ แต่ถ้าใครซื้อเล่มใหม่มาหรือยืมจากห้องสมุดแล้วไม่มีแผ่นซีดี หรือคอมที่บ้านเล่นซีดีไม่ได้แล้ว ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ได้ค่ะ เขามีให้ดาวน์โหลดฟรี เอาไว้เปิดฟัง แล้วหัดพูดตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="105" height="153" src="https://lh3.googleusercontent.com/UVXhqOc9lzIm-_L3ZBDF5hVXU3NLJCYt9eCaYApq05GFZQDOX3rxJSdGTS07uvDuMBlyeAMwevKuQOcVRQQhI3eU66ayWrzR1bJVvPhtn0VRVuCGWiWRrn17-Z2qOVAE8KDbIBfp"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Geregeld spreken</strong> (ISBN: 9789024422012) เล่มนี้สอนการพูดแบบสอดแทรกบทเรียนไวยากรณ์ค่ะ คือจะสอนพูดเรียงประโยคตามกฎไวยากรณ์ เริ่มตั้งแต่การใช้กริยาให้ถูกกับประธาน ไปจนถึงการพูดเป็นประโยคที่ต้องเรียงคำตามโครงสร้างแบบต่าง ๆ โดยเล่มนี้จะใช้ตัวเลขกำกับตำแหน่งของคำ(123-methode) ช่วยให้เราจำโครงสร้างประโยคได้ดีขึ้น และในแต่ละบทเราจะได้เรียนตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน คือ ทำความเข้าใจ-ฝึกฝน-ลงมือปฏิบัติ-ทำซ้ำ ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่ใช้เรียนไวยากรณ์ A1-A2 ได้แบบไม่เคร่งเครียดมาก เพราะมันจะแทรกรวมอยู่กับการฝึกพูดนั่นเองค่ะ แต่ถ้าจะใช้เล่มนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรมีคนชี้แนะหรือคู่ฝึกซ้อมนะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="111" height="165" src="https://lh5.googleusercontent.com/PyE4FEEjiDrtqJa9ebYtov6s-7uvp1441pvpkDN2u-XaFZbIwJ9yspsFyeogarl7N5Io0JudBREdh7ix7C0KpSapOFb2EixtzBVeOPiuXR8zv79MzGuriLhuIejmF1e-CJ2_nQa5"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Beter Nederlands Spreken</strong> (ISBN: 9789046905005) ชื่อหนังสือก็บ่งบอกอยู่แล้วนะคะว่า พูดดัตช์ให้ดีขึ้น นั่นเพราะว่าเล่มนี้จะโฟกัสที่การพูดให้ถูกไวยากรณ์และในขณะเดียวก็ต้องออกเสียงให้ชัดเจนด้วย ถ้าเราพูดออกเสียงชัดและถูกหลักไวยากรณ์ คนฟังที่เป็นเจ้าของภาษาก็จะสามารถเข้าใจเราได้ดีขึ้นค่ะ เนื้อหาในเล่มจะแบ่งออกเป็นบทเรียนที่อิงกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันค่ะ เช่น การแนะนำตัว, การซื้อของ, การหาหมอ, การทำงาน เป็นต้น ในแต่ละบทเราก็จะได้ฝึกฟังและพูดบทสนทนา เรียนคำศัพท์ และไวยากรณ์ที่สอดแทรกเข้ามา นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างประโยคและวลีที่ใช้ได้บ่อย ๆ เอาไว้สำหรับฝึกพูดให้คล่องให้ขึ้นใจ เวลาเจอสถานการณ์จริงเราจะได้นึกพูดออกมาได้เลย เล่มนี้ใช้เรียนได้ตั้งแต่ A1-B1 ค่ะ ท้ายเล่มมีตัวอย่างการสอบพูดของ B1 ให้ฝึกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรมีคนชี้แนะและคู่ฝึกค่ะ หนังสือดีค่ะ คนเขียนคนเดียวกับเล่ม Welkom in Nederland และ Lezen, hoe doe je dat? และพิเศษอีกนะคะ สำหรับเล่มนี้ ถ้าใครไม่อยากซื้อหนังสือมือหนึ่ง ก็ซื้อแค่รหัสแยกต่างหากได้ในราคาถูกกว่าหนังสือครึ่งนึงค่ะ แล้วไปหายืมหนังสือจากห้องสมุดเรียนเอา รหัสที่ได้มานั้น จะใช้เข้าไปทำแบบฝึกหัด ดูเฉลย และดาวน์โหลดไฟล์เสียงทั้งหมดมาไว้ในคอมเราได้ค่ะ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><img loading="lazy" decoding="async" width="88" height="137" src="https://lh6.googleusercontent.com/PoGXSy8RpXq_Gw21SJTnsjFGXNMcXoYnXqImJBU2KrOOK5-fz9kZ3vYBP_HLhM7UK-Be5kRGhG8e0uB8KduxIdc1ei6LCWcW1865HL-rgV-XbBgn1CkaS4TqWBykIUfWI-TQOnsa"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Taaltempo Nederlands </strong>(ISBN: 9789046902813) เล่มนี้จะโฟกัสที่การฝึกพูดโต้ตอบแบบใช้เวลาจำกัดค่ะ คือได้ยินคำถามปุ๊บ ต้องคิดเร็วแล้วตอบได้ทันที ทั้งนี้ก็เพราะนักเรียนภาษาดัตช์จำนวนมากยังมีปัญหาที่ว่า พอฟังคำถามแล้ว ใช้เวลาคิดคำตอบนานมาก จนกลายเป็นคนพูดติดขัดหรือไม่กล้าพูดไปเลย เนื้อหาในเล่มไม่มีอะไรมากค่ะ มีแต่หัวข้อฝึกที่บอกเป็นตัวย่อชนิดคำ ซึ่ง&#8230;.อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะเอาจริง ๆ ข้ามไปดูส่วนที่เป็นประโยคถาม-ตอบ แล้วฝึกได้เลยค่ะ หาคู่ฝึกด้วยนะคะ ผลัดกันถามตอบ รอบแรกอ่านได้ รอบต่อไปลองแบบไม่อ่าน พูดให้คล่องปาก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><img loading="lazy" decoding="async" width="108" height="162" src="https://lh3.googleusercontent.com/1EWp6v8KjS9mF331O1UZAzAH5Dgih2UN0b2FXQx_kD6iguPzE_7WwdQRZn_-0YuogweV0pG59WnqN1tHdYlMIpEK9twLyUiXzH8GPKRZCMa3QJBbhqrkXv3kUSZZuE-0YJNpn4xl"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Taalpingpong </strong>(ISBN: 9789085065845) เล่มนี้มีรูปแบบการสอนเหมือนกับเล่ม Taaltempo Nederlands ค่ะ คือเน้นการฝึกพูดถาม-ตอบแบบจำกัดเวลา ฝึกพูดตอบคล่อง ๆ แต่เนื้อหาในเล่มนี้จะแบ่งหัวข้อออกเป็นสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันค่ะ จะบอกว่าทั้งสองเล่มนี้ไม่ได้ช่วยเราฝึกพูดอะไรลึกซึ้งมากนะคะ แค่ฝึกให้ตอบแบบย้อนคำถาม ฝึกเปลี่ยนประธาน เปลี่ยนรูปกริยาให้คล่อง ๆ ถาม jij ตอบ ik ถาม jullie ตอบ wij อะไรทำนองนี้ ก็ถ้าฝึกแล้วสังเกตดี ๆ เราก็จะสามารถนำหลักการนี้ไปใช้ในการดึงกริยาจากคำถามมาใช้ตอบได้ในการสอบพูดจริง ๆ ค่ะ และเหมือนกันคือต้องมีคู่ฝึกพูดค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ หนังสือเสริมทักษะการอ่าน</span></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในที่นี้จะขอแนะนำหนังสือที่ใช้ในการเตรียมสอบวิชาการอ่าน A2 เลยนะคะ เพราะเข้าใจดีว่ามีพวกเราจำนวนไม่น้อยเลย ที่ไม่เคยผ่านการเรียนภาษาอังกฤษและสอบภาษาอังกฤษแบบจริงจังมาก่อน ก็เลยทำให้การสอบอ่านที่ดูเหมือนจะง่ายสำหรับหลาย ๆ คน กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาค่ะ ที่เป็นเช่นนี้เพราะการสอบอ่านไม่ได้มีแค่การอ่านออกแปลได้เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของเวลาที่จำกัดในการสอบอีกด้วย การรู้เทคนิคในการอ่านเพื่อหาคำตอบในเวลาจำกัดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องได้รับการฝึกฝน และหนังสือที่จะแนะนำต่อไปนี้สามารถช่วยเสริมในส่วนนี้ได้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="125" height="178" src="https://lh5.googleusercontent.com/-lKQb8voAIhzVeRnNx86o6o_u91lnRvh3thtta-Sv5zfw4dtdPJ-M5PGmAD1MYNlhxJl84ZIGrXEQKvw1JDlphD5vM_xxx-KmIGbCvQYRF03TkI1Sh9bb083dubaWHV-ZvLeDW4-"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Lezen, hoe doe je dat? </strong>(ISBN: 9789046905968) เล่มนี้เขียนโดย Marilene Gathier เจ้าของเดียวกับ Welkom in Nederland และ Beter Nederlands Spreken ทำให้มั่นใจได้ว่าเนื้อหาแน่นปึ้กและใช้ฝึกทำข้อสอบได้ดีแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอ่านข้อความ/บทความแบบต่าง ๆ เทคนิคการอ่านเพื่อหาคำตอบ เทคนิคการเดาคำศัพท์ และการเรียนรู้คำศัพท์ที่จำเป็นสำหรับคนเรียนระดับ A2 โดยในแต่ละบทจะมีตัวอย่างข้อความ/บทความให้อ่านพร้อมทั้งคำถามท้ายเรื่อง และเฉลยวิธีการอ่านที่ถูกต้อง เรียกได้ว่าถ้าอ่านทำแบบฝึกหัดเล่มนี้จบเล่ม เราก็จะมีความรู้ในทักษะการอ่านที่ระดับ A2 แบบสมบูรณ์ค่ะ และพิเศษสำหรับเล่มนี้นะคะ เราสามารถหายืมจากห้องสมุดมาใช้ได้ค่ะ หรือจะหาซื้อมือสองที่ราคาถูกลงหน่อยมาใช้ได้ เพราะ<a href="https://portal.coutinho.nl/lezenhoedoejedat/studiemateriaal/hoofdstukken.html">ทรัพยากรณ์ของออนไลน์ของเล่มนี้</a> ฟรีค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ พจนานุกรม</span></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของพจนานุกรมแบบเล่มไปเพราะคิดว่ามี Google translate แล้ว ไม่ต้องใช้พจนานุกรมก็ได้ ขอบอกว่า ผิด ค่ะ เพราะในการเรียนภาษาใหม่นั้น สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ คือการรู้คำศัพท์ให้ได้มากที่สุดค่ะ และการที่เราจะรู้คำศัพท์ได้นั้นเราก็ต้องอ่านออกเขียนสะกดคำได้และรู้ความหมายของมัน พจนานุกรมจึงมีบทบาทสำคัญในการเริ่มต้นเรียนภาษาใหม่ ๆ อย่างมากค่ะ โดยช่วงเริ่มต้นเราอาจพบว่าตัวเองต้องเปิดพจนานุกรมบ่อยมาก เปิดบ่อยจนท้อ แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ พอผ่านไปสักพัก เราก็จะเริ่มจำความหมายของคำศัพท์ได้ เริ่มเดาได้ และที่แน่ ๆ คือเราจะเปิดพจนานุกรมได้คล่องขึ้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="211" src="https://lh5.googleusercontent.com/GI3zeiDrkiZVMiimbiPxgYVaKz-klQa1sMP1DcLVHTZEZhK0xD5uO_cJMsTTi4XxFDm6i6J-9Ji52ynDyx6vFjbi9NF4epkpYzguiqblF-mZbEwDejAeE5RfOc_Tiz4_x9nfAcZz"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Leerwoordenboek Nederlands </strong>(ISBN: 9789062834440) เล่มนี้เป็นพจนานุกรมรวมคำศัพท์พื้นฐาน แปลจากภาษาดัตช์เป็นภาษาดัตช์ เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นเรียนภาษาดัตช์ค่ะ โดยคำศัพท์พื้นฐานที่ว่านี้รวบรวมมาจากหนังสือเรียนเล่มหลักหลาย ๆ หลักสูตร นั่นแปลว่า คนที่กำลังเรียน A1 และ A2 สามารถใช้พจนานุกรมเล่มนี้ควบคู่ไปกับหนังสือเล่มหลักของตัวเองได้เลยค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดหน้าของเล่มนี้จะเหมือนกับพจนานุกรมทั่วไปทุกอย่างค่ะ คือ มีคำศัพท์ ที่ถ้าเป็นคำนามก็จะมีบอกคำนำหน้านามให้พร้อมทั้งรูปผันพหูพจน์ และถ้าเป็นคำกริยาก็จะบอกรูปผันตามกาลอดีตช่องสองและช่องสาม ส่วนช่องความหมายก็จะบอกเป็นภาษาดัตช์โดยใช้คำง่าย ๆ ในการอธิบายค่ะ และก็จะมีตัวอย่างประโยคที่คำ ๆ นั้นอยู่ด้วย และพิเศษสำหรับคนที่ซื้อหนังสือใช้เองนะคะ เราสามารถเขียนความหมายภาษาของเราใส่เข้าไปในช่องด้านหลังได้ด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าไปใช้ทรัพยากรณ์ของเล่มนี้ได้ฟรีด้วยนะคะ ไม่ต้องใช้รหัสใด ๆ ค่ะ โดยเขาจะมีแบบฝึกหัดการฟังและออกเสียงคำที่มีหลายพยางค์ที่ออกเสียงยาก ๆ ให้เราฝึกค่ะ และก็ไฟล์ pdf สำหรับการฝึก “ทักษะการเรียนรู้” ซึ่งเขาจะสอนเราใช้พจนานุกรมแบบจับมือทำเลยค่ะ เริ่มจากการหัดเรียงลำดับตัวอักษร เทคนิคการค้นหาคำศัพท์ การอ่านพจนานุกรม เป็นต้น ซึ่งความรู้เหล่านี้อาจจะดูเหมือนไม่จำเป็น เพราะหลายคนชินกับการใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษมาก่อนแล้ว แต่อย่างที่บอกค่ะ คนที่ยังไม่เคยเรียนภาษาที่สองอื่น ๆ มาเลย ทักษะเหล่านี้จำเป็นมากค่ะ เรียนรู้ติดตัวไว้ ใช้ได้ตลอดค่ะ ถ้าหายืมหนังสือจากสือจากห้องสมุดมาหรือว่าซื้อมือสองมาใช้ สามารถเข้าไปดูทรัพยากรณ์ออนไลน์ของหนังสือได้<a href="https://portal.coutinho.nl/9789062834440/studiemateriaal.html">ที่นี่</a>นะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="102" height="145" src="https://lh5.googleusercontent.com/0yMVy5mdY1EfPoBbe3X1V6XNkFCYxSgB5OjN5507-tTTgTxqRWM1Bnln75iPZ4qoR0XtSz8wm5CfHR78frCnxdLcqmMQnArW306CT3BCSNs9UXBErBmT_7N-obzaO3LLygaAVC_Z"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Thematische Woordenschat Nederlands Voor Anderstaligen </strong>(ISBN: 9789054516989) เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นพจนานุกรมศัพท์หมวดหมู่ค่ะ คือเขาจะให้คำศัพท์พร้อมความหมายมาเป็นกลุ่ม ๆ ตามหัวข้อใหญ่ 24 หัวข้อซึ่งก็จะแตกย่อยลงไปอีก เช่น เรื่องงานอดิเรก(กิจกรรม, กีฬา, เกม), บ้าน(ตัวบ้าน, ภายในบ้าน, งานบ้าน), การสื่อสารและสื่อ(การสื่อสารทางไกล, ไปรษณีย์, ทีวีและวิทยุ, ภาพและเสียง, หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือ, คอมพิวเตอร์) เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านในมีการจัดหน้าแบบพจนานุกรมทั่วไปค่ะ มีคำนำหน้าคำนาม รูปผันพหูพจน์ รูปผันกริยา ความหมายเป็นภาษาดัตช์ และประโยคตัวอย่าง ที่ขาดไปก็จะเป็นการแบ่งพยางค์แค่นั้นเองค่ะ พจนานุกรมเล่มนี้กับเล่มก่อนหน้า ใช้เปิดอ่านเล่น ๆ ตอนเวลาว่างก็ยังสนุกเลยค่ะ<br><img loading="lazy" decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/QddQLDSzqWn5mj8lCF5272umzNOezEfkN8hPPrsrv9v9wJAaLH4-XabkzocU_xUUrcGwndh55OJzrKfiRUK7_6MS-ba_oalNYft3t1raJDLOdMBZMf-EhIh313SN94JjtQra6F9_" width="102" height="157"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Van Dale pocketwoordenboek Nederlands als tweede taal (NT2) </strong>(ISBN: 9789460775680) เล่มนี้เป็นพจนานุกรมฉบับพกพาสำหรับคนที่เรียนภาษาดัตช์เป็นภาษาที่สอง (NT2) ซึ่งก็คือพวกเรานี่แหละค่ะ เล่มนี้เปิดอ่านเล่นน่าจะไม่ไหวค่ะ แต่เหมาะเอาไว้ใช้เวลาเรียนและเวลาสอบค่ะ สำหรับการสอบ A2 จะไม่มีการอนุญาตให้พกพจนานุกรมเข้าห้องสอบนะคะ เขาจะอนุญาตเฉพาะการสอบ B1 และ B2 ในวิชาเขียนและอ่านค่ะ และเขาก็บังคับให้ใช้แค่เล่มนี้เล่มเดียวด้วย เข้าใจว่าเล่มนี้ทำออกมาหลายฉบับแล้ว แต่อยากแนะนำให้ใช้เป็นฉบับล่าสุด ๆ หน่อยนะคะ ดูอันที่เป็นปกสีเขียว อย่างฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์ออกมาก็เปลี่ยนปกเป็นจักรยานสีแดงบนปกสีเขียวค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"> <img loading="lazy" decoding="async" width="93" height="145" src="https://lh3.googleusercontent.com/9ySbS6WFksGv0A8CmPZLgBCuXJV0X7D3WXFPGDpogLIrES7T748EnliIFX-e8Sog_cx1lpHzOBVS8uw4HVrH5webicGWzs0-siNNHZhop_Cwm44kKkujuHbeq2otj7174aq75RV6"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากจะแนะนำให้คนที่กำลังเรียน A2 ตอนนี้ หาพจนานุกรมเล่มนี้มาหัดเปิดใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ เข้าใจว่าใช้ดิกออนไลน์มันสะดวกกว่า แต่ก็อยากให้หัดเปิดแบบตัวเล่มไว้ เพื่อที่เวลาสอบ B1 หรือ B2 ในอนาคตจะได้ชินและเปิดได้คล่อง ไม่เสียเวลาในห้องสอบค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><span style="color:#0029a3" class="has-inline-color">➤ หนังสืออ่านนอกเวลา</span></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากเรียนไวยากรณ์และจำคำศัพท์มาเยอะแล้ว ก็อย่าลืมหาเวลาบริหารความรู้ด้วยการอ่านหรือฟังสื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากหนังสือเรียนด้วยนะคะ ในที่นี้เราจะพูดถึงหนังสืออ่านนอกเวลากัน หลายคนคงได้เริ่มหัดอ่านนิทานเด็กกันตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีค่ะ แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปก็คือ รอให้ไวยากรณ์เราเริ่มเข้าที่ และมีศัพท์ในคลังพอสมควร แล้วค่อยลองเริ่มอ่านหนังสืออื่น ๆ ค่ะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทดสอบตัวเองว่าที่เรียนมานั้นเราเข้าใจมากน้อยแค่ไหน สามารถนำมาปรับใช้กับสื่ออื่นในชีวิตจริงได้แค่ไหน และถือเป็นการทบทวนคำศัพท์ไปในตัวด้วย อย่างเช่น ถ้าเราอ่านเรื่องสั้นสักเรื่อง เวลาเราเห็นประโยคหนึ่ง ๆ ลองฝึกกับตัวเองว่า คำไหนเป็นประธาน แล้วกริยาผันคือคำไหนแปลว่าอะไร เราผันกริยาคำนั้นกลับเป็นกริยารูปเต็มได้มั้ย คำนามคำนี้เป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ คำไหนคือคำเชื่อม แล้วประโยคที่ตามคำเชื่อมมานั้นเป็น hoofdzin หรือ bijzin ในประโยคมีกริยาแยกได้มั้ย ลองอ่านไปเล่นกับตัวเองไปแบบนี้ดูค่ะ เรื่องของหนังสือนิทานคิดว่าคงไม่ต้องแนะนำมาก เราอาจจะได้รับมรดกตกทอดมาจากคนที่บ้าน หรือไปเดินห้องสมุดแล้วเลือกดูปกสวย ๆ เรื่องย่อน่าสนใจ ๆ แบบนั้นก็ได้ค่ะ เลือกอ่านสิ่งที่เราสนใจ จะช่วยให้เรามีอารมณ์ร่วมกับมันมากขึ้น แต่ที่ต้องระวังอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราอ่านนิทานหรือนิยายสำหรับเด็กดัตช์เจ้าของภาษา เราอาจจะเจอปัญหาที่ว่า เนื้อเรื่องดำเนินด้วยกริยาอดีตช่องที่สอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แอดวานซ์เกินไปสำหรับคนเรียน A1-A2 ค่ะ ถ้าจะเลือกหนังสืออ่านเอง ลองดูที่เขาใช้กริยากาลปัจจุบันกับกาลสมบูรณ์ในการเล่าเรื่องมาหัดอ่านก่อนนะคะ หรือลองหาหนังสือแนะนำต่อไปนี้มาลองอ่านดูค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="236" height="130" src="https://lh5.googleusercontent.com/LogVom1b52im2YrHxuZBzKGi7WZvTuf9ISKST0QmeY23nsaFllT9gFOjd0JSoViDdg3nvv7CFFCLHbhKAi9j5lX4T5BLBwV1-n_STfsm8Nl8KOYLIo9Nf9S5hzzmLKBHq_quyjnY"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือชุด De vier seizoenen &#8211; Nederlands lezen voor anderstaligen</strong> ชุดนี้มีทั้งหมด 4 ชุดค่ะ แบ่งเป็นเรื่องสั้นที่ไล่ระดับความยากในการอ่าน จากฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ไปจบที่ฤดูใบไม้ร่วง เนื้อหาของหนังสือชุดนี้เหมาะสำหรับคนเริ่มต้นเรียนระดับ 0-A1 กลาง ๆ ค่ะ ไม่ยากจนเกินไป ที่พิเศษก็คือทางสำนักพิมพ์มีไฟล์หนังสือเสียงของชุดนี้ให้ดาวน์ฟรี ๆ <a href="https://media.intertaal.nl/nederlands/de-vier-seizoenen/">ที่นี่</a>ค่ะ ถ้าเจอที่ห้องสมุดก็ลองยืมมาอ่านได้นะคะ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><img loading="lazy" decoding="async" width="114" height="161" src="https://lh4.googleusercontent.com/54_xXVT16yg4rSgwuCcASKs9mr7cDyqMjPiJNcYAPRsy_Gshow42CGWxfzg6XdVDFCNiXTFnqdb_VTZuUhAcER389obwOOl5mIYRgGXGR5QWV7GKO015wH0qFb6u_cXfx6TRCzTb"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Samen lezen: oefenen met lezen van A1 naar A2 </strong>(ISBN: 9789046905487) เล่มนี้ใช้ฝึกการอ่านจากระดับ A1 ถึงระดับ A2 ค่ะ โดยจะเป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันของผู้คนในซอย Julianastraat ซึ่งแต่ละเรื่องจะเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เราจะเจอได้ในการสอบ inburgering ด้วย เรียกว่าได้เราจะได้ฝึกทั้งทักษะการอ่านและเรียนรู้คำศัพท์ที่จำเป็นในการสอบ inburgering โดยเฉพาะวิชา KNM ค่ะ และรหัสที่มีมากับเล่มนี้สามารถใช้ล็อกอินเข้าไปดูเฉลยแบบฝึกหัดในเล่ม ทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมเพื่อขยายคลังศัพท์และเตรียมสอบเขียนและสอบพูดได้ค่ะ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><img loading="lazy" decoding="async" width="204" height="144" src="https://lh4.googleusercontent.com/ZMV1-n4dEzCUY6JnCTgtdBEsrMhHlbeaDQPbWsrFt3fSdVlPWdMQp2E3FXk-DtxEkjuqHmIFor6ZBwkXD-8LOWkw9ldZhR61AxWw9AcChdFQGaCb4HqZXdwMcl60VaGVyYX5kpoX"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>￫ หนังสือ Paul &amp; Paula A1 </strong>(ISBN: 9789490807412) และ <strong>Paul &amp; Paula A2 </strong>(ISBN: 9789490807429) เป็นนิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับสาวสเปนที่พบรักกับหนุ่มดัตช์ที่โรงเรียนภาษาดัตช์ ระหว่างทางความสัมพันธ์ก็มีเรื่องของการปรับตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งภาษาและวัฒนธรรม การย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน การเลี้ยงเด็ก การสมัครงาน ฯลฯ ทุกอย่างที่พวกเราได้เรียนเพื่อสอบ inburgering นั่นแหละค่ะ ซึ่งความฉลาดของนิยายสองเล่มนี้อยู่ตรงที่ คุณครูที่เป็นคนแต่งเรื่องนี้ เขาได้นำเอาคำศัพท์และไวยากรณ์ที่มีสอนอยู่ในหนังสือเล่มหลัก TaalCompleet A1 และ TaalCompleet A2 มาผูกกันเป็นเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ เดิมทีเขาแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยนักเรียนในชั้นเรียนของเขาให้จำคำศัพท์และไวยากรณ์ได้ดีขึ้น แต่ไป ๆ มา ๆ มันก็กลายมาเป็นหนังสือจริงค่ะ </p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อดีของนิยายสั้นสอง 2 เล่มก็คือ เนื้อเรื่องจะเล่าด้วยกริยากาลปัจจุบันค่ะ ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มเรียนอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย รวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนภาษา การปรับตัว การใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์ ที่สอดคล้องกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเรา ยิ่งช่วยให้อ่านได้สนุกมากขึ้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือชุดนี้มีรหัสมาให้ด้วย ซึ่งเราสามารถใช้ล็อกอินเข้าไปทำแบบฝึกหัดท้ายเล่ม แบบฝึกหัดแกรมม่า และคำศัพท์ได้ รวมถึงเข้าไปฟังหนังสือเสียงได้ด้วยค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนพึงระลึกไว้ว่า หนังสือคือสื่อการเรียนอย่างหนึ่ง การอ่านคือการเติมความรู้ให้ตัวเอง และการเรียนคือการลงทุน ถ้าหากคิดว่ามีส่วนไหนในการเรียนที่เราต้องการตัวช่วย ก็ขอให้นึกถึงหนังสือเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยนะคะ เพราะหนังสือเรียนและหนังสืออ่านเสริมเหล่านี้และอีกหลาย ๆ เล่มที่ไม่ได้เอ่ยถึง เกิดมาจากการออกแบบโดยทีมงานครูผู้มีประสบการณ์ ที่เขาได้คิดมาดีแล้วว่าเนื้อหาที่ใส่ไปในหนังสือนั้นจะช่วยให้คนผู้เรียนบรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหนังสือทุกเล่มเสมอไป บางเล่มเราสามารถหายืมจากห้องสมุดมาอ่านได้ บางเล่มสามารถใช้แบบมือสองก็เพียงพอ และถ้ามีเล่มไหนที่ไม่แน่ใจว่าจะซื้อมือหนึ่งดีมั้ย อย่างที่เคยบอกค่ะ ลองหายืมมาอ่านก่อน หรือสั่งซื้อมาเลยนั่นแหละ แล้วดูว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบก็ส่งคืนรับเงินคืนค่ะ ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก (โดยเฉพาะถ้าสั่งซื้อจากเว็บ bol.com)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเรียนด้วยตัวเองให้ประสบผลสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกใช้หนังสือเรียนที่เหมาะสม ซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่นำทางการเรียนของเราให้ไปถึงจุดหมายได้โดยไม่เสียเวลานานเกินความจำเป็นค่ะ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ulearn365.eu/book-review-for-dutch-learning-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
